Market Anyware เล่าเรื่อง Options ตอนที่ 3 Put Option

จบเรื่อง Call Option ไปแล้ว (ย้อนไปอ่านได้ที่นี่ http://blog.marketanyware.com/2014/07/06/options2/) ผมจะมาพูดถึงเรื่อง Put Option กันบ้าง

Put Option จะตรงข้ามกับ Call Option เลยครับ และจะเข้าใจยากกว่าหน่อย แต่เพื่อให้เข้าใจความแตกต่างระหว่าง Call กับ Put ให้ได้มากที่สุด ผมจะยกตัวอย่างโดยใช้เรื่องเดิม คือการซื้อขายที่ดิน
Option3

ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เจ้าของที่ดินรู้ว่าราคาตลาด (market price) ของที่ดินของเขาในปัจจุบันนี้อยู่ที่ 60 ล้านบาท แต่เจ้าของที่ดินมีความเชื่อว่าราคาที่ดินมีแนวโน้มจะตกรุนแรงในอนาคตอันใกล้ จากวิกฤติเศรษฐกิจและฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ที่ใกล้เข้ามา

เจ้าของที่ดินจำได้ว่าคุณเองทำธุรกิจรับประกันราคาที่ดินอยู่ พอคิดได้อย่างนั้นเจ้าของที่ดินก็เลยรีบติดต่อคุณเพื่อ “ขอซื้อสิทธิที่จะขายที่ดิน” ให้กับคุณในปีหน้าในราคา 50 ล้านบาท (strike price) และเขายังจะให้เงินสดให้กับคุณอีก 1 ล้านบาท (premium) เป็นเหมือนค่าเบี้ยประกันเพื่อชดเชยกับความเสี่ยงที่คุณจะต้องรับ หากปีหน้าราคาที่ดินตกต่ำกว่า 50 ล้านบาท คุณจะถูกบังคับซื้อในราคา 50 ล้านบาทตามสัญญา
แต่หากราคาที่ดินในปีหน้าไม่สูงกว่า 50 ล้านบาท เจ้าของที่ดินมีสิทธิที่จะไม่ขายที่ดินให้กับคุณ แต่สามารถไปขายให้กับผู้สนใจคนอื่นๆ ในราคาตลาดได้

ในกรณีนี้ เจ้าของที่ดินได้ซื้อสิทธิที่จะขายที่ดิน หรือ buying put option (long put) จากคุณ ส่วนคุณก็ขายสิทธิที่จะซื้อที่ดิน หรือ selling put option (short put) ให้กับเจ้าของที่ คุณเองซึ่งเป็นคนขายสิทธินี้จะถูกผูกมัดให้ซื้อที่ดินนี้ในราคา strike price ไม่ว่าราคาตลาดแท้จริง ณ เวลานั้นจะเป็นเท่าไหร่ก็ตาม

ในขณะที่เจ้าของที่ดิน ผู้ซื้อสิทธิ์ มีทางเลือกว่าจะขายหรือไม่ขายที่ดินให้กับคุณก็ได้ ไม่ถูกผูกมัดใดๆ ถ้าราคาที่ดินตกหนัก เขาก็ป้องกันความเสี่ยงได้เพราะมีคุณซึ่งทำสัญญาผูกมัดที่จะซื้อที่ดินจากเขาในราคา 50 ล้านอยู่แล้ว แต่ถ้าราคาที่ดินไม่ตกอย่างที่คิด เขาก็มีทางเลือกที่จะขายที่ดินต่อให้คนอื่นๆ ได้ในราคาสูง การป้องกันความเสี่ยงรูปแบบนี้ของเจ้าของที่ดิน ต้องแลกกับเงิน premium เป็นเหมือนเงินประกันที่เขาต้องจ่ายให้คุณซึ่งรับความเสี่ยงต่อไปจากเขานั่นเอง

== กรณีที่ 1 ==
ถ้าปีหน้า สถานการณ์เศรษฐกิจเป็นไปตามที่เจ้าของที่ดินคาดการณ์ ฟองสบู่อสังหาแตกโพล๊ะ ราคาที่ดินตกจาก 60 ล้านบาท เหลือแค่ 30 ล้านบาท (market price) ทางเจ้าของที่ดินจะรีบบีบบังคับคุณให้ซื้อที่ดินต่อจากเขาในราคา 50 ล้านบาททันที (strike price)

ตัวคุณเองยังไงก็ขาดทุนหนักอยู่แล้ว แต่คุณจะมีสองทางเลือก
ทางเลือกแรก ถ้าคุณกลัวว่าราคาที่ดินจะร่วงลงต่ำไปกว่า 30 ล้านแน่ๆ คุณจำเป็นจะต้อง cut loss และขายที่ดินในราคา 30 ล้านบาททันทีหลังโดนบังคับซื้อที่ดินในราคา 50 ล้านบาทจากเจ้าของที่

premium = 1 ล้าน (รับ premium จากการทำสัญญาเมื่อปีก่อนจากเจ้าของที่)
strike price ที่คุณจ่าย = -50 ล้าน (จ่ายให้กับเจ้าของที่ดิน)
market price ปัจจุบัน = +30 ล้าน (รีบขายที่ดินในราคาตลาดอย่างเร็วที่สุด)
—————————————————————
net loss = -19 ล้าน (เสียรู้ให้เจ้าของที่ดิน)

ทางเลือกที่สอง คือคุณอาจจะเลือกที่จะเก็บที่ดินเอาไว้ เพราะคุณอาจจะมั่นใจว่าปัจจัยพื้นฐานนั้นดี มีโอกาสที่ราคาที่ดินจะกลับไปอยู่ในระดับสูงกว่า 30 ล้านบาทอีกครั้ง

== กรณีที่ 2 ==
ถ้าปีหน้า ฟองสบู่อสังหาไม่ได้แตกอย่างที่เจ้าของที่ดินกลัว ราคาที่ดินวิ่งขึ้นไปถึง 80 ล้านบาท (market price) เจ้าของที่ดินจะเลือกที่จะไม่ขายที่ดินให้กับคุณ (ใครจะอยากขายที่ 80 ล้านในราคา 50 ล้าน) คุณจะได้รับเพียงแค่ค่าเบี้ยประกัน 1 ล้านบาทที่รับมาเมื่อปีที่แล้วเท่านั้น ไม่มีสิทธิเรียกร้องอะไรอีกเลย
ส่วนเจ้าของที่ดิน จ่ายแค่ค่าประกันความเสี่ยง 1 ล้านบาท แต่กลับสามารถขายที่ดินได้สูงถึง 80 ล้านบาท

ดูไปดูมา เหมือนกับคน sell put option จะมีแต่เสียเปรียบ แต่ถ้าคุณมั่นใจจริงๆ ว่าสินทรัพย์ที่คุณสนใจ จะไม่ตกต่ำไปกว่า strike price แน่ๆ การเลือก selling put option (หรือเรียกอีกอย่างว่า short put) จะทำให้คุณได้เงินกินเปล่า 1 ล้านบาทฟรีๆ ในวันเซ็นสัญญา และมีเทคนิคการลงทุนแบบ Put Selling ที่ใช้ประโยชน์จากแนวคิดนี้ทำกำไรได้ แล้วผมจะมีโอกาสเล่าต่อไปในตอนหลังๆ

สรุป
– Call Buying ถ้าหากคุณเชื่อว่า ราคา asset จะเป็นขาขึ้น
– Call Selling ถ้าหากคุณเชื่อว่า ราคา asset จะไม่เป็นขาขึ้น (ไม่ sideway ก็เป็นขาลง)
– Put Buying ถ้าหากคุณเชื่อว่า ราคา asset จะเป็นขาลง
– Put Selling ถ้าหากคุณเชื่อว่า ราคา asset จะไม่เป็นขาลง (ไม่ sideway ก็เป็นขาขึ้น)

หลายๆ คนเคยเซ็งเวลาซื้อหุ้นแล้วหุ้นไม่วิ่ง ช่วงเวลา sideway นี่แหละครับ ที่เป็นสวรรค์ของคนที่เล่น Call Selling หรือ Put Selling สามารถทำกำไรเป็นกอบเป็นกำจากช่วงเวลาที่ราคาหุ้นไม่เขยื้อนเลยซักบาทก็ทำได้

ในตอนหน้า ผมจะยกตัวอย่าง put option ของ SET50 ให้ฟังกันต่อครับ..

Founder and chief executive officer of Market Anyware

Comments