ลดพาร์คืออะไร..?

EFORL ลดพาร์เหลือ 0.075 ล้างขาดทุนสะสม เตรียมจ่ายปันผล

บางคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องงบการเงินอาจจะงงประเด็นนี้ ลดพาร์คืออะไร ล้างขาดทุนสะสม แล้วมันจะมีอะไรเกิดขึ้นกับราคาหุ้นบ้าง ผมขอลองอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ แบบนี้นะครับ

ในงบดุลของบริษัทใดๆ จะประกอบไปด้วยฝั่งสินทรัพย์ (Asset) ซึ่งจะเท่ากับ ส่วนผู้ถือหุ้น (Equity) + หนี้สิน (Debt/Liabilities) จำง่ายๆ ว่า A = L + E

ลดพาร์คืออะไร

สมมติตัวอย่างเดิมนาย A เปิดร้านส้มตำ ด้วยเงินลงทุน 200,000 บาท (100,000 หุ้น หุ้นราคาพาร์ที่ 2 บาท) ไม่กู้เงินเลย
นาย A จะมี Asset 200,000 บาทเป็นเงินสด (A = E เพราะไม่มีส่วนของ L) เอาไปใช้ซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ จ่ายค่าเช่าร้าน ซื้อวัตถุดิบ
สิ้นปี ปรากฏว่าร้านขายไม่ค่อยดี ขาดทุนไป 50,000 บาท Asset ของนาย A จะเหลือมูลค่าแค่ 150,000 ซึ่งเวลาลงบัญชีจะลงว่า

(1) ทุน 200,000 บาท
(2) ขาดทุนสะสม -50,000 บาท
(3) สัดส่วนผู้ถือหุ้น (E) ลดเหลือ 150,000 บาท

ในปีต่อมา นาย A ยังคงทำร้านขาดทุนอีก 30,000 บาท Asset ของนาย A จะเหลือมูลค่าแค่ 120,000 ซึ่งเวลาลงบัญชีจะลงว่า

(1) ทุน 200,000 บาท (พาร์ 2 บาท x 100,000 หุ้น)
(2) ขาดทุนสะสม -80,000 บาท
(3) สัดส่วนผู้ถือหุ้น (E) ลดเหลือ 120,000 บาท

การลดพาร์ก็คือการโยกตัวเลขทางบัญชี เพื่อให้เลข -80,000 บาทหายไป ทำยังไงให้ (2) หายไปได้ วิธีการง่ายๆ ก็แค่ลดพาร์ส่วน (1) จาก 2 บาทเหลือ 1.2 บาท ลดไป 80,000 บาท ที่นี้ส่วน 80,000 ที่เหลือนี้ก็กลายเป็นส่วนเกินพาร์ไป เอาส่วนเกินพาร์ +80,000 นี้ไปโปะ ขาดทุนสะสม -80,000 เลขขาดทุนสะสมก็จะหายวับไปกับตา บัญชีก็จะกลายเป็นแบบนี้

(4) ทุน 120,000 บาท (ลดพาร์เหลือ 1.2 บาท x 100,000 หุ้น)
(5) ส่วนเกินทุน 80,000 บาท
(6) ขาดทุนสะสม -80,000 บาท
(7) สัดส่วนผู้ถือหุ้น (E) 120,000 บาท

คือแยกส่วนทุนออกมาเป็น (4) กับ (5) หลังจากนั้นเอา (5) ไปหักล้างกับ (6) ที่เป็นขาดทุนสะสม ก็จะได้บัญชีดังนี้
(4) ทุน 120,000 บาท
(7) สัดส่วนผู้ถือหุ้น (E) 120,000 บาท

เมื่อทุนที่ลงไปตอนต้น 200,000 บาท ตอนนี้เหลือแค่ 120,000 บาท ราคาพาร์ลดลงจาก 2 บาท เหลือ 1.2 บาท โดยจำนวนหุ้นยังคงเท่าเดิมคือ 100,000 หุ้น นี่คือการลดพาร์เพื่อไปล้างขาดทุนสะสมนั่นเองครับ

สรุปคือ การลดพาร์เป็นเพียงการโยกตัวเลขฝั่ง Equity ทางบัญชี ไม่ได้มีผลใดๆ กับเงินที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในบริษัท ไม่เกี่ยวกับหนี้สิน (Debt) ไม่เกี่ยวกับสินทรัพย์ (Asset) ไม่เกี่ยวกับงบกำไรขาดทุน ไม่เกี่ยวกับงบกระแสเงินสดใดๆ ทั้งสิ้น แค่โยกตัวเลขส่วนผู้ถือหุ้นให้ดูสวยๆ เท่านั้นเอง

ล้างขาดทุนสะสมไปทำไม..?

1. หลักๆ แล้วกฏของตลาดหลักทรัพย์คือ บริษัทจะไม่สามารถจ่ายปันผลได้ ถ้ายังมีขาดทุนสะสมอยู่ บางบริษัทอยากจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้น จึงต้องทำการล้างขาดทุนสะสมด้วยการลดพาร์เสียก่อน จึงจะมีสิทธิ์จ่ายเงินปันผลได้ (แต่คิดให้ดีๆ นาย A ทำร้านส้มตำขาดทุนติดๆ กันสองปี ตามหลักไม่ควรจะได้ปันผลหรอกนะ เพราะเงินทุนยังไม่ได้คืนเลย แถมลดลงเรื่อยๆ จะเอาเงินออกจากบริษัทไปอีก แล้วมันจะอยู่รอดเหรอ..?)
2. แต่หน้าแต่งตาบัญชีให้ดูดี ใครไม่เคยดูงบการเงินย้อนหลังของนาย A ก็จะไม่รู้ว่าร้านส้มตำร้านนี้มันห่วยแตกขนาดไหน จะหลอกคนอื่นเพิ่มทุนก็จะง่ายขึ้นเพราะบัญชีดูสวยงาม ไม่มีเลขติดลบให้รำคาญหัวใจ

** นอกจากนี้ยังมีวิธีการล้างขาดทุนสะสมด้วยการเพิ่มทุนด้วยการขายหุ้นสูงกว่าราคาพาร์ แล้วเอาส่วนเกินตรงนั้นมาล้างขาดทุนก็ทำได้ครับ (แต่กู้เงินมาล้างขาดทุนสะสมไม่ได้นะ)

ดังนั้นสรุปอีกครั้งว่า การล้างขาดทุนสะสม หรือการลดพาร์นี้ จริงๆ แล้วมันไม่น่าจะมีผลกระทบใดๆ กับราคาหุ้นเลย ยกเว้นผลกระทบทางจิตวิทยาต่อผู้ถือหุ้นที่ว่าบริษัทกำลังเตรียมตัวจะจ่ายปันผล หรือเตรียมตัวหาผู้ร่วมทุนใหม่ ตรงนั้นต่างหากที่จะทำให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหวไปในทางบวกหรือลบ

ส่วนหุ้น EFORL บริษัทขาดทุนสะสม 4 ปีและตอนนี้พลิกกลับมาเริ่มทำกำไรได้เป็นปีแรก หลายคนหวังว่าจะเป็นหุ้น turnaround ที่มาแรงในปีนี้ แต่สัญญาณเทคนิคตอนนี้น่ากลัวมาก เพราะราคาวิ่งแรงสุดขีด เกิด Bearish Divergence ใน timeframe Month (divergence ทรงนี้เป็นทรงของฟองสบู่ในหลายๆ สินทรัพย์ในอดีต) ใครจะเล่น EFORL ช่วงนี้ต้องระวังตัวมากๆ ครับ

** แอดมินย้ำอีกทีว่าสัญญาณ Divergence เป็นแค่การเตือนให้เฝ้าระวังนะครับ ไม่ได้หมายถึงว่าหุ้นจะตก บางหุ้นมีเจ้าเข้า เจ้าชนะทุกเทคนิคครับ

Founder and chief executive officer of Market Anyware

Comments