เรื่องดีๆ ที่มือใหม่มักจะมองข้ามไปเกี่ยวกับเงินปันผล

ในโพสที่แล้วผมพูดถึงเรื่องการออมปีละ 10,000 เป็นเวลา 40 ปี เพื่อที่เราจะได้เงิน 3,000,000 ในยามเกษียณ ผมเชื่อว่ามีคนหลายคนมองว่าอดทนเก็บเงินตั้ง 40 ปี กลับได้ผลตอบแทนเพียงแค่ 3 ล้าน มันคุ้มกันไหม..?

ทุกคนอยากรวยเร็ว แต่มักมีความอดทนต่ำ ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเก็งกำไรและรวยทางลัดในตลาดหุ้น เรามีนักลงทุนที่เน้นพื้นฐานน้อยกว่านักเก็งกำไรมากในปจจุบัน ทุกคนอยากทำกำไรได้ปีละ 100% มากกว่ารับปันผลเพียงแค่ปีละ 8% แน่นอน ผมเองก็เช่นกัน..!!
มองข้ามเกี่ยวกับเงินปันผล
แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเรานักลงทุนมักจะลืมคิดไป ว่าผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลมันเปลี่ยนแปลงตามราคาหุ้น..!!

นั่นหมายถึงว่า 8% ในปีนี้ มันจะไม่เท่ากับ 8% ในอีกสิบปีข้างหน้า นั่นเป็นเพราะ Dividend Yield มันคิดคำนวณโดยเปรียบเทียบกับราคาหุ้นในตลาด ไม่ได้เทียบกับต้นทุนที่คุณถืออยู่..!! นั่นหมายความว่า ถ้าหุ้นขึ้น 100% จากราคาที่คุณถือ เงินปันผลที่คุณจะได้รับก็จะเพิ่มขึ้น 100% เช่นกัน (ถ้า Dividend Yield ในแต่ละปีคงที่)

สมมตินะครับ คุณมีเงินเก็บ 10,000 บาท ตามที่ผมบอก แล้วคุณก็เลือกซื้อหุ้นที่ปันผลสูง 8% ในราคาหุ้นละ 10 บาท เป็นจำนวน 1,000 หุ้น ในปีแรก คุณจะได้รับปันผลดังนี้ครับ

ปีที่ 1: 10 x 1,000 x 8% = 800 บาท (8% จากเงินลงทุน 10,000 บาท)

พอมาในปีที่ 5 ปรากฏว่าราคาหุ้นนั้นได้สูงขึ้นเป็น 20 บาทแล้ว แต่บริษัทยังจ่ายปันผล 8% เท่าเดิม ดังนั้นด้วยจำนวนหุ้น 1000 หุ้นที่คุณมีอยู่นั้น คุณจะได้เงินปันผลดังนี้

ปีที่ 5: 20 x 1,000 x 8% = 1,600 บาท (16% จากเงินลงทุน 10,000 บาท)

ผ่านไปถึงปีที่ 20 ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นเป็น 50 บาท บริษัทยังคงจ่ายปันผล 8% เท่าเดิม

ปีที่ 20: 50 x 1,000 x 8% = 4,000 บาท (40% จากเงินลงทุน 10,000 บาท)

พอถึงเวลาที่คุณเกษียณ ราคาหุ้นวิ่งไปไกลถึง 100 บาท บริษัทยังคงจ่ายเงินปันผล 8% เท่าเดิม

ปีที่ 40: 100 x 1,000 x 8% = 8,000 บาท (80% จากเงินลงทุน 10,000 บาท)

ถ้าคุณเลือกลงทุนในธุรกิจที่เติบโตยั่งยืน ราคาหุ้นวิ่งไป 10 เด้งใน 40 ปี (ไม่ยากนะครับ ตกเฉลี่ยหุ้นขึ้นปีละ 6% ก็ได้ 10 เด้งใน 40 ปีแล้ว) เงินปันผลที่คุณจะได้รับก็จะเติบโต 10 เด้งไปด้วย ด้วยเงินลงทุนแค่ 10,000 คุณจะได้ปันผลในปีเดียวสูงถึง 8,000 บาท..!! นี่คือมหัศจรรย์ของเงินปันผลครับ

ลองมาดูตัวอย่างจริงกันบ้าง หุ้น DCON เป็นหุ้นที่มีประวัติการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ และมีอัตราปันผลที่สูงประมาณ 3-6% ทุกปี

ในปี 2008 บริษัทมีอัตราปันผลอยู่ที่ 4.76% โดยจ่ายปันผลจริง 0.08 บาทต่อหุ้น ถ้าคุณซื้อหุ้นในปี 2008 10,000 หุ้นที่ราคา 1.68 บาท คุณจะใช้เงินทั้งหมด 16,800 บาท และจะได้รับเงินปันผล 800 บาท

ปี 2008: 1.68 x 10,000 x 4.76% = 800 บาท

ในปี 2013 ราคาหุ้นอยู่ที่ 10.9 บาท บริษัทมีอัตราปันผลอยู่ที่ 3.94% โดยจ่ายปันผลจริง 0.43 บาทต่อหุ้น

ปี 2013: 10.9 x 10,000 x 3.94% = 4,300 บาท (25.56% เมื่อเทียบกับเงินลงทุน 16,800 บาท)

และล่าสุดในปี 2014 ตอนนี้ราคาหุ้นอยู่ที่ 16.80 บาท อัตราปันผลอยู่ที่ประมาณ 6.19% โดยบริษัทจ่ายเงินปันผลสูงถึง 1.04 บาทต่อหุ้น

ปี 2014: 16.8 x 10,000 x 6.19% = 10,400 บาท (61.9% เมื่อเทียบกับเงินลงทุน 16,800 บาท)

บังเอิญเหลือเกินว่าวันนี้ราคาหุ้น DCON ในปี 2014 นี้เพิ่มขึ้น 10 เด้งนับจากปี 2008 พอดิบพอดี ด้วยเงินลงทุนเพียงแค่ 16,800 คุณจะได้ผลตอบแทนเงินปันผลก้าวกระโดดทุกๆ ปี รวมกันมากกว่า 21,400 บาทแล้ว คุณทำกำไรจากเงินปันผลได้ถึง 127% ในเวลา 7 ปี (ไม่นับรวมกำไรจากราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นไป อีก 900%) รวมเงินที่เพิ่มพูนขึ้นทั้งหมดของคุณในเวลา 7 ปี จากเงินลงทุน 16,800 กลายเป็น 189,400 ไม่เลวเลยใช่ไหมครับ..? (ยิ่งไปกว่านั้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างการลงทุนแบบครั้งเดียวจบ ยังไม่ใช่การออมสะสมเพิ่มทุกปีแบบที่ผมเคยแนะนำนะครับ)

อ่านโพสนี้แล้วคงพอเข้าใจความหมายที่ผมได้บอกในโพสที่แล้วว่า 8% ทบต้น เป็นเพียงกำไร “ขั้นต่ำที่สุด” ที่คุณจะได้รับ ซึ่งถ้าคุณไม่ดวงซวยจนเกินไปนัก การออมเงินปีละ 10,000 จะสร้างโอกาสที่คุณจะทำกำไรเกิน 10-20 ล้านบาท ในรอบ 40 ปี ไม่ใช่เรื่องเกินเลยความเป็นจริงเลย

โชคดีในการลงทุนนะครับ

Founder and chief executive officer of Market Anyware

Comments