วันนี้เจอแต่เรื่อง SLC SLC SLC เต็มไปหมดเลย..

มีเพื่อนบางคนที่เพิ่งเริ่มลงทุน อ่านข่าว SLC แล้วไม่เข้าใจ เลยมาถามผมเรื่องเพิ่มทุน ผมขอถือโอกาสอธิบายเรื่องการเพิ่มทุนแบบโคตรหฤโหดของ SLC ผ่านเพจ Market Anyware เลยละกันครับ เพื่อมือใหม่หลายๆ คนที่เพิ่งเริ่มลงทุนจะได้อ่านดรามา SLC กันเข้าใจมากขึ้น

สมมติว่าเมื่อหลายปีที่แล้วคุณหุ้นเปิดร้านอาหารกับเพื่อนของคุณชื่อนาย S นาย L กับนาย C โดยนาย S, L, C และคุณ รวม 4 คนนั้นถือหุ้นกันคนละ 1 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5 บาท รวมเป็นหุ้นทั้งหมด 4 ล้านหุ้น มูลค่าทุนรวมทั้งหมด 20 ล้านบาท
SLC

ร้านอาหารที่เปิดขายไม่ค่อยดี ค่าเช่าที่ก็แพง ลูกค้ากลับมีไม่มาก ธุรกิจของพวกคุณขาดทุนทุกปีจนเงินทุน 20 ล้านบาทร่อยหรอลงทุกวันๆ ถึงจุดหนึ่งนาย S,L,C ก็บอกกับคุณว่า เงินทุนที่เหลือของร้านอาหารไม่น่าจะพอแล้วล่ะ สงสัยเราคงจะต้องเพิ่มทุนไม่งั้นจะดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ได้

==นี่คือสถานการณ์ปกติที่ควรจะเป็น==
สถานการณ์แบบนี้เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ครับ ถ้าธุรกิจมีปัญหา ผู้ถือหุ้นจะต้องรับความเสี่ยงอยู่แล้ว โดยปกติ นาย S,L,C ควรจะบอกคุณว่า อยากเพิ่มทุนอีก 20 ล้าน เรามาลงขันเพิ่มกันอีกคนละ 5 ล้านมั้ย เพิ่มทุนแบบ 1:1 ในราคาหุ้นละ 5 บาท ถ้าทุกคนเห็นด้วย เราก็จะได้เงินเพิ่มมาใช้ในธุรกิจอีก 20 ล้านบาท แล้วแต่ละคนก็ยังคงมีสัดส่วนหุ้นเท่าเดิม แต่ถ้าคุณไม่สะดวกใจเพิ่มทุนก็ได้นะ นาย S จะลงเงินแทนในส่วนของคุณเอง แต่สัดส่วนหุ้นคุณก็จะน้อยลงไปครึ่งนึง คุณรับได้มั้ย

ก่อนเพิ่มทุน
นาย S >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย L >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 1 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 25%

หลังเพิ่มทุน (ถ้าคุณไม่ลงเงินเพิ่ม)
นาย S >> 3 ล้านหุ้น 37.5% (ลงแทนคุณ 1 ล้านหุ้น)
นาย L >> 2 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 2 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 12.5%

หลังเพิ่มทุน บริษัทจะได้เงินทุนกลับมา 20 ล้านบาท ส่วนตัวเลขสัดส่วนผู้ถือหุ้นของคุณที่ตกลงมาจาก 25% เหลือแค่ 12.5% เป็นเรื่องที่คุณต้องรับให้ได้ครับ คุณเป็นผู้ถือหุ้น รับความเสี่ยงในธุรกิจ เมื่อธุรกิจขาดทุน ต้องการเงินเพิ่ม แต่คุณไม่อยากจ่าย สัดส่วนหุ้นของคุณก็จะตกลงไป มันก็เป็นเรื่องที่แฟร์ดี (ส่วนทำไมธุรกิจถึงขาดทุน อันนั้นคุณต้องไปไล่เบี้ยกับผู้บริหารเอาเอง)

==แต่นี่คือสถานการณ์จริงๆ ที่เกิดขึ้น==
เอาเข้าจริง นาย S,L,C ไม่ได้ตรงไปตรงมาแบบนี้นี่สิปัญหา..!!
สามคนนี้เดินมาหาคุณ บอกว่า อยากเพิ่มทุนอีก 20 ล้าน เรามาลงขันเพิ่มกันอีกคนละ 5 ล้านมั้ย แต่ไม่ใช่การเพิ่มทุนแบบ 1:1 นะ เป็นการเพิ่มทุนแบบ 1:5 ในราคาหุ้นละ 1 บาท..!!!

ฟังดูเหมือนๆ กันเลย ระดมทุนเพิ่ม 20 ล้านบาทเท่ากันกับเคสแรกเป๊ะ แล้วมันหมายความว่าไงครับ..?

หมายความว่า คุณเคยลงทุนหุ้นละ 5 บาท ตอนนี้หุ้นใหม่ที่จะเพิ่มทุนเหลือแค่ 1 บาท (ถูกลงไป 80%..!!) แล้วถ้าคุณจะลงทุน 5 ล้านบาท เท่ากับคุณจะได้หุ้น 5 ล้านหุ้น รวมกับหุ้นเดิมของคุณ 1 ล้านหุ้นเป็น 6 ล้านหุ้น

แล้วมันมีผลยังไงล่ะ..?
ถ้าคุณควักกระเป๋าเพิ่ม 5 ล้านไปเพิ่มทุน คุณจะยังคงสัดส่วนผู้ถือหุ้นไว้ได้ครับ

ก่อนเพิ่มทุน
นาย S >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย L >> 1 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 1 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 25%

หลังเพิ่มทุน (ถ้าคุณลงเงินเพิ่ม)
นาย S >> 6 ล้านหุ้น 25%
นาย L >> 6 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 6 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 6 ล้านหุ้น 25% (หุ้นเดิม 1 ล้านหุ้น บวกหุ้นใหม่ 5 ล้านหุ้น)

บริษัทได้เงินกลับมา 20 ล้านในการเพิ่มทุน ผู้ถือหุ้นทุกคนคงสัดส่วนเดิม

แต่ถ้าคุณไม่มีตังค์ล่ะ พอคุณไม่เพิ่มทุนปั๊ป นาย S บอกว่า ไม่เป็นไร เค้าจะเพิ่มทุนในส่วนของคุณเอง ผลลัพธ์มันจะเป็นแบบนี้ครับ

หลังเพิ่มทุน (ถ้าคุณไม่ลงเงินเพิ่ม)
นาย S >> 11 ล้านหุ้น 45.83% (หุ้นเดิม 1 ล้านหุ้น บวกหุ้นใหม่ 10 ล้านหุ้น)
นาย L >> 6 ล้านหุ้น 25%
นาย C >> 6 ล้านหุ้น 25%
ตัวคุณ >> 1 ล้านหุ้น 4.17%

จบการเพิ่มทุน คุณกลายเป็นผู้ถือเศษหุ้น 4.17% ในชั่วพริบตาหลังการเพิ่มทุนครับ การเพิ่มทุน 1:5 ในราคา 1 บาท คือการบีบบังคับให้คุณต้องควักกระเป๋า หากต้องการรักษาสัดส่วนผู้ถือหุ้นของคุณเอาไว้ มิเช่นนั้น หุ้นในมือของคุณก็จะ dilute อย่างรุนแรงจนแทบไม่เหลือมูลค่ากันเลยทีเดียว

สุดท้ายแม้คุณจะเคยซื้อหุ้นละ 5 บาท แต่หลังการเพิ่มทุน มูลค่าหุ้นในมือของคุณจะวิ่งเข้าหา 1 บาทแบบอัตโนมัติเลย นี่คือที่สุดของการ dilution ที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยมีแต่เสียกับเสีย

การบังคับเพิ่มทุน 1:5 ในราคา 1 บาท ถ้าคุณไม่เล่นด้วย ปริมาณหุ้นรวมในบริษัทจะเพิ่มขึ้น 5 เท่า จนทำให้สัดส่วนหุ้นเดิมที่คุณมี เหลือแค่เศษเสี้ยวของผู้ถือหุ้น

ในขณะที่การเพิ่มทุน 1:1 ในราคาเดิม 5 บาท ถึงคุณไม่เล่นด้วย ปริมาณหุ้นรวม ในบริษัทจะเพิ่มขึ้นแค่ 1 เท่า ปริมาณหุ้นของคุณก็จะเจือจางลงตามสัดส่วนที่เพิ่มเข้ามาแบบแฟร์ๆ

และนี่คือที่มาของกรณี SLC เพิ่มทุนที่ฮือฮากันมาวันสองวันนี้ โดย SLC เพิ่มทุน 1:5 ในราคาหุ้นละ 0.09 บาท โดยขณะประกาศ หุ้น SLC มีมูลค่าหุ้นละ 0.45 บาท อยู่ในตอนนั้น

ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นครับ floor ติดกันสองวัน บ่ายวันนี้มีเด้งขึ้นมานิดหน่อย (ผมไม่โพสกราฟเทคนิคนะครับ เพราะหุ้นแบบนี้กราฟเทคนิคระดับเทพแค่ไหนก็ช่วยอะไรไม่ได้)

หลังเพิ่มทุน หุ้น SLC จะเพิ่มจาก 4,000 ล้านหุ้น ไปอยู่แถวๆ 24,000 ล้านหุ้น อันนี้ผมยังไม่ได้พูดถึงส่วนการเพิ่มทุนแบบ Private Placement อีก 55,000 ล้านหุ้น กับหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture) อีก 11,000 ล้านหุ้น ที่ทาง SLC จัดระดมเงินอย่างหนัก หลังเพิ่มทุนกับรายย่อยแล้ว รวมๆ กันน่าจะมีหุ้นเพิ่มทะลุ 100,000 ล้านหุ้นทีเดียว คล้ายๆ N-PARK เข้าไปทุกที (พี่จะเพิ่มทุนขนาดนี้ ไปเปิดบริษัทใหม่เลยง่ายกว่ามั้ย..?)

อธิบายมาตั้งนาน แน่นอนว่ามีคำถามมากมายเกี่ยวกับ SLC โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใส กับธรรมาภิบาลที่เหมือนบริษัทปล้นผู้ถือหุ้นรายย่อยกันแบบหน้าด้านๆ เอาเข้าใจถ้าถามว่าน่าเห็นใจมั้ย อย่ามองว่าผมใจร้ายเลยครับ ผมไม่ค่อยเห็นใจเท่าไหร่
– หุ้นปั่นส่วนใหญ่ธรรมาภิบาลดีมั้ย รายย่อยส่วนใหญ่ก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ยังชอบซื้อ ชอบเล่นกัน หุ้นบางตัวราคาวิ่งไป 5-6 เท่า รายย่อยยิ้มร่า คิดว่าตัวเองเก่ง เข้าถูกจังหวะ มองเจ้ามือออก ไม่เห็นมีผู้ถือหุ้นคนไหนบ่นเรื่องธรรมภิบาลซักคน
– แต่พอหุ้นปั่นโดนทุบ รายย่อยพลาด พอร์ทแดงฉาน ลบ 60-70% ตอนนี้เริ่มจะมาด่าผู้บริหาร โวยวายเรื่องธรรมาภิบาลกันแล้ว

หุ้นปั่น มันปั่นได้ทั้งขึ้นและลงครับ อยากได้ลูกเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือครับ โดนตะปปกลับมาก็อย่าร้อง.. จริงมั้ย 😅
(ผมเห็นใจก็แต่กลุ่มนักลงทุนมือใหม่ ที่ไม่รู้ว่า SLC เป็นหุ้นปั่น แต่ถ้าคุณศึกษาดูงบซักแค่ 2-3 นาที คุณจะเห็นชัดเจนว่า หุ้นตัวนี้ไม่มีอนาคต ไม่มีพื้นฐานใดๆ รองรับเลย)

Founder and chief executive officer of Market Anyware

Comments