ทำไม BJC ต้องการธุรกิจค้าปลีก..?

สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มสิริวัฒนภักดี โดยเบอร์ลี่ยุคเกอร์ ได้เข้าซื้อธุรกิจค้าปลีก “เมโทร” ในเวียดนาม มูลค่า 2 หมื่น 8 พันล้านบาท หลังพยายามเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกมานาน การเข้าซื้อ”เมโทร” ครั้งนี้ จะช่วยต่อยอดธุรกิจของกลุ่มได้อย่างไร และทำให้ธุรกิจค้าปลีกจะกลายเป็นธุรกิจสำคัญในอนาคตอย่างไร

BJC

ชื่อของเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการกลุ่มทีซีซีกรุ๊ป คือเจ้าพ่อของการเทคโอเวอร์ เพื่อต่อยอดธุรกิจต่างๆในเครือทั้งในระดับอาเซียนและระดับโลก แม้ที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจของเขา จะมีการซื้อธุรกิจต่างๆอย่างต่อเนื่อง เช่น เอฟแอนด์เอ็น เสริมสุข หรือ โออิชิกรุ๊ป แต่สิ่งหนึ่งที่กลุ่มสิริวัฒนภักดี ยังไม่ประสบความสำเร็จ คือ การเป็นเจ้าของธุรกิจค้าปลีกนั่นเอง

แม้ก่อนหน้านี้บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ธุรกิจในเครือ จะได้เข้าร่วมประมูลซื้อกิจการคาร์ฟูร์ในประเทศไทย และแม้จะต้องแพ้วงเงินของบิ๊กซี ซูปเปอร์เซ็นเตอร์ของกลุ่มกาสิโนที่ชนะการประมูล แต่เบอร์ลี่ยุคเกอร์ ก็พยายามที่จะรุกธุรกิจค้าปลีก ทั้งการเข้าซื้อกิจการร้านหนังสือเอเชียบุ๊คส์ และการสร้างธุรกิจร้านความงามและสุขภาพโอเกงกิในไทย รวมทั้งร้านสะดวกซื้อในชื่อ”บีสมาร์ท” ในประเทศเวียดนาม

แต่ล่าสุด การรุกธุรกิจค้าปลีกอย่างจริงจัง เมื่อเบอร์ลี่ยุคเกอร์ สามารถเข้าซื้อกิจการบริษัท เมโทร แคช แอนด์ แครี่ เวียดนาม ลิมิเต็ด จากเมโทร แคช แอนด์ แครี่ อินเตอร์เนชั่นแนลโฮลดิ้ง บี.วี. ของเยอรมนี เจ้าของกิจการห้างค้าปลีกและค้าส่งประเภทชำระเงินสด ภายใต้แบรนด์”เมโทร” มูลค่า 2 หมื่น 8 พันล้านบาท ซึ่งมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศเวียดนาม 19 สาขาใน 14 จังหวัด และเป็นธุรกิจค้าปลีกอันดับ 2 รองจากกิจการของรัฐบาลเวียดนาม แต่เป็นเบอร์ 1 ในกลุ่มโมเดิร์นเทรดของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีรายงานว่ากลุ่มซีพีออลล์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ก็เข้าร่วมการประมูลเม โทรในเวียดนามเช่นกัน

แม้เงิน 2 หมื่น 8 พันล้านบาท ถือว่าไม่มาก หากเทียบกับการซื้อกิจการอื่นๆก่อนหน้านี้ของกลุ่มสิริวัฒนภักดี แต่ อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เบอร์ลี่ยุคเกอร์ ระบุว่า หลังจากนี้จะเปลี่ยนชื่อ “เมโทร” เป็นชื่อใหม่ให้เป็นห้างสัญชาติไทย จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในรอบ 132 ปี ของเบอร์ลี่ยุคเกอร์ ที่จะมีธุรกิจในเวียดนามครบทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายเดิม จากเดิมมีธุรกิจโรงงานผลิตขวดแก้ว บรรจุภัณฑ์กระป๋อง ธุรกิจจำหน่ายสินค้า 2 แสนจุดทั่วเวียดนามของไทยคอร์ป กรุ๊ปและ และไทอัน เวียดนาม จอยส์สต็อก คัมปะนี รวมทั้งร้านสะดวกซื้อ “บีสมาร์ท” 95 สาขาทั่วเวียดนาม

รวมทั้งจะสนับสนุนธุรกิจในเครือให้มีช่องทางการจำหน่าย เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยเบฟเวอเรจ ที่ต้องขออนุญาตจากรัฐบาลในการค้าปลีกและค้าส่งแยกออกจากรายการสินค้าอื่นๆ และกำลังซื้อของคนเวียดนามที่เพิ่มขึ้นของคนชั้นกลาง และมีสัดส่วนค้าปลีกแบบโมเดิร์นเทรด 4% เมื่อเทียบกับไทยที่มีสัดส่วนค้าปลีกแบบโมเดิร์นเทรด44% ในปัจจุบัน จึงมีโอกาสที่จะเติบโตอีกมาก

และการใช้เวียดนาม ขยายธุรกิจในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี คือ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ นั่นเอง และทำให้เบอร์ลี่ยุคเกอร์มีรายได้รวมในปีนี้กว่า 6 หมื่นล้านบาท โดยมาจากไทย 4 หมื่นล้านบาท ทำให้เป้าหมายรายได้จากต่างประเทศที่ 50% ใกล้เป็นความจริงมากขึ้น และถือว่าเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ใน 5 ปี หรือ ปี 2560 จากปัจจุบันที่ 20% และเพิ่มโอกาสธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของทีซีซี กรุ๊ป ขึ้น 1 ใน 5 ผู้นำตลาดระดับเอเชียได้ตามเป้าหมายภายในปี 2563

อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อการเทคโอเวอร์ เบอร์ลี่ยุคเกอร์ อยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการในธุรกิจคอนซูเมอร์ โปรดักส์ และเวชภัณฑ์ ด้านยา ในต่างประเทศ มาต่อยอดธุรกิจเดิมอีกด้วย

แต่การที่มีธุรกิจปลายน้ำ คือ ธุรกิจค้าปลีก ที่กลุ่มสิริวัฒนภักดีพยายามจะรุกธุรกิจนี้มานานได้สำเร็จ จะขยายธุรกิจนี้อย่างไร หรือเป็นไปได้หรือไม่ที่เบอร์ลี่ยุคเกอร์จะนำธุรกิจค้าปลีก กลับมาต่อสู้ในประเทศไทยบ้าง แต่ขณะนี้ไทยคงจะเล็กเกินไปสำหรับกลุ่มสิริวัฒนภักดีซะแล้ว

– Voice TV 14 สค. 2014

Founder and chief executive officer of Market Anyware

Comments