ดร.นิเวศน์ เล่าเรื่อง Lewis Turning Point กับอุปสรรคการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทย

ค่อนข้างยาวนะครับ ผมสรุปให้อ่านแบบสั้นๆ แต่ใครอยากอ่านเวอร์ชั่นเต็ม คลิกไปอ่านได้ที่นี่

Let Profit Run

https://www.settrade.com/blog/nivate/2014/11/03/1487

– ดร. นิเวศน์บอกว่า การคาดการณ์อนาคตเศรษฐกิจของประเทศที่เราไปลงทุนนั้นสำคัญมากสำหรับ VI
– เพราะประเทศที่เศรษฐกิจไม่โต โอกาสที่ดัชนีหุ้นจะไม่โตตามก็มีสูง (ถึงหุ้นจะโตสวนทางเศรษฐกิจ ก็มักเป็นฟองสบู่) ดูตัวอย่างหุ้นยุโรป กับญี่ปุ่นในอดีตได้
– ทฤษฏีของ Arthur Lewis จะช่วยอธิบายการเติบโตของเศรษฐกิจได้โดยใช้ “กำลังแรงงาน” ของประเทศนั้นๆ เป็นตัวชี้วัด
– สังคมในทุกประเทศบนโลก มักจะแบ่งเป็นสองส่วน คือ แบบทุนนิยม (ตามเมืองหลวงหรือเมืองท่า) และ แบบพออยู่พอกิน (ตามชนบท)
– การพัฒนาทางเศรษฐกิจใดๆ นั้น จะเริ่มจากการที่ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมจ้าง “แรงงานส่วนเกินที่ไม่จำกัด” จากชนบทมาทำงาน จุดนี้ต้นทุนจะต่ำ เพราะคนพวกนี้ไม่เรียกร้องอะไรมากนัก
– แต่เมื่อเศรษฐกิจพัฒนาไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่แรงงานในชนบทถูก “ดูดซับ” ไปหมดแล้ว ค่าแรงก็จะเริ่มเพิ่มขึ้น เพราะคนที่เหลือเป็นพวกทุนนิยม ที่มีความต้องการที่สูงขึ้น จุดนี้ถูกเรียกว่า Lewis Turning Point (LTP)
– ช่วง LTP นี้ค่าแรงจะสูงขึ้นเร็วมาก และแรงงานจะเริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้นทุนธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น ธุรกิจจะเริ่มไม่ค่อยอยากลงทุน ทางแก้คือ ต้องรอเวลาให้พวกเด็กๆ เติบโตมาเป็นวัยแรงงาน ซึ่งใช้เวลานานมากเป็นสิบปี ยิ่งสังคมที่มีลูกน้อย ปัญหานี้จะเริ่มหมักหมมเป็นปัญหาระยะยาว (อีกทางแก้นึงคือต้องพัฒนาประสิทธิภาพของคน ให้คนนึงทำงานได้เท่ากับคนหลายคนในอดีต รวมถึงนวัตกรรมที่จะใช้คนให้น้อยลงในการทำงาน เช่น หุ่นยนต์, ระบบอัตโนมัติต่างๆ)
– ประเทศใดเข้าสู่ช่วง LTP จะเกิดปัญหาการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างมาก ซึ่งไทยและจีน กำลังจะเข้าสู่ช่วง LTP แล้ว (อีกประมาณ 6-11 ปี) พวกเรากำลังจะเข้าสู่ยุคที่แรงงานมีไม่พอการโตของเศรษฐกิจ และเริ่มเข้าสู่สังคมคนแก่ เหมือนยุโรป และญี่ปุ่น
– เทียบกับเพื่อนบ้านเรา ซึ่งวัยแรงงานยังเยอะ และอยู่ห่างไกลกับ LTP ไทยเราจะเสียเปรียบมากๆ พวกเค้าค่าแรงถูก เศรษฐกิจมีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดด
– ดังนั้นผลตอบแทนของหุ้นไทยก็น่าจะด้อยกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ทางแก้ของดร.นิเวศน์คือ หาธุรกิจที่ขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านในยุค AEC หรือไม่ก็เข้าไปลงทุนที่ประเทศเพื่อนบ้านเองเลย (ดร.นิเวศน์เริ่มแบ่งเงินไปลงทุนในเวียดนามแล้วครับ)

** เสริมโดยแอดมิน จากข้อมูลที่ผมเคยมีในมือ ช่วงปีที่ประเทศไทยมีประชากรวัยแรงงานเหมาะสมกับการพัฒนาของประเทศมากที่สุด คือช่วงหลังปี 2008 ครับ หลังจากนั้น ประชากรวัยแรงงานของไทยก็ลดลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบสัดส่วนกับวัยเกษียณ เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศเรามีทศวรรษที่สูญหายไปจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และโชคร้ายคือทศวรรษที่สูญหายไปนั้น กลับกลายเป็นทศวรรษที่พวกเรามีปัจจัยพื้นฐานพร้อมที่จะเติบโตมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทุนนิยมเลย เสียดายครับ..

Founder and chief executive officer of Market Anyware

Comments