The AI Revolution is On..!! (ตอนที่ 2)


เมื่อหุ่นยนต์ครองตลาดหุ้น..!!

ข้อดีของหุ่นยนต์ คือมันเป็นเครื่องจักรนักลงทุนที่ชาญฉลาดและทรงประสิทธิภาพ ตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยหุ่นยนต์จะเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำตามตรรกะ แทนที่จะผันผวนอย่างรุนแรงตามอารมณ์ของนักลงทุน

The AI Revolution 2

แต่ข้อเสียที่ร้ายแรงมากของระบบนี้ก็คือ ความเสี่ยงในการเกิดวิกฤติการตอบสนองแบบวนซ้ำ (Feedback Loop) ยกตัวอย่างเช่นในวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม ปี 2010 ตลาดดาวน์โจนส์เกิดวิกฤติราคาหุ้นร่วงถล่มอย่างรุนแรงที่รับรู้กันในชื่อ “Flash Crash” ในเวลา 5 นาทีตลาดร่วงหนักถึง 573 จุด หลังจากนั้นอีก 5 เดือนหุ้น Progress Energy ราคาตกหนักอย่างรุนแรงร่วงกราวรูดไปถึง 90% นอกจากนี้ในเดือนกันยายน 2010 หุ้น Apple ร่วงรุนแรงถึง 4% ภายในเวลาเพียงแค่ 30 วินาที ก่อนที่จะพลิกฟื้นกลับมาในอีกไม่กี่นาทีถัดมา

เหล่านี้เองที่เป็นการตอบสนองแบบวนซ้ำของหุ่นยนต์ที่ตัดสินใจเทขายหุ้นเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ จากปรากฏการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ควรจะมีผลกับตลาดหุ้น แต่เมื่อหุ่นยนต์ตัดสินใจที่จะขาย มันจะขายพร้อมๆ กันทั้งหมดต่อเนื่องกันในเวลาเสี้ยววินาที ความผันผวนแบบพริบตานี้เกิดขึ้นบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ ในตลาดหุ้น โดยไม่มีใครหาสาเหตุได้พบ

ปลายเดือนกันยายน ปี 2010 องค์กร Commodity Futures Trading Commission ร่วมกับ the Securities and Exchange Commission (คล้ายๆ กลต เมืองไทย) ได้เปิดเผยรายงานความหนา 104 หน้า ที่อธิบายเรื่อง Flash Crash ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2010 โดยในรายงานระบุว่าจำเลยในที่นี้คือกลุ่มนักลงทุนพื้นฐาน (fundamental trader) ที่ใช้หุ่นยนต์ในการป้องกันความเสี่ยงของหุ้นที่ตนเองถืออยู่ โดยการซื้อขายนี้ใช้เวลาเพียงแค่ 20 นาที แต่กลับทำให้เกิดปฏิกิริยาเทขายหุ้นต่อเนื่องแบบลูกโซ่จากหุ่นยนต์กลุ่มอื่นๆ จนราคาหุ้นทั้งตลาดตกลงอย่างรุนแรง ความโกลาหลครั้งนั้นแทบจะทำให้ระบบการเงินทั้งหมดในอเมริกากลายเป็นอัมพาตไปในชั่วพริบตาเดียว

หลังเหตุการณ์นั้นนาง Mary Schapiro ผู้บริหารของ Securities and Exchange Commission ได้ระบุว่ามนุษยควรเริ่มทำการเพิ่มระดับการควบคุมขอบเขตการทำงานของกลุ่มหุ่นยนต์เหล่านี้อย่างจริงจังได้แล้ว

หลายเดือนต่อมาหลังเหตุการณ์ Flash Crash, SEC ได้ประกาศแนวทางการควบคุมหุ่นยนต์ในตลาดหุ้น ในเดือนมิถุนายน 2011 SEC ประกาศกฏ Circuit Breakers ที่จะหยุดการซื้อขายหุ้นทั้งหมดในตลาด หากตลาดหุ้นผันผวนมากเกิน 10% ภายใน 5 นาที

นอกจากนี้เอเยนซี่เจ้าของหุ่นยนต์ที่ทำการซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นจะต้องถูกควบคุมโดยระบบที่จะจำกัดปริมาณการซื้อขาย และจำกัดความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขาย รวมถึงริเริ่มใช้งานระบบ Consolidated Audit Trail ซึ่งเป็นคลังฐานข้อมูลที่จะรวบรวมประวัติทุกๆ ธุรกรรมที่เกิดขึ้นในการซื้อขาย เพื่อช่วยให้ทาง SEC สามารถตรวจติดตามเทคโนโลยีหุ่นยนต์รุ่นใหม่ๆ และศึกษารูปแบบการซื้อขายของพวกมันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (มีคนวิเคราะห์ว่าอาจจะเป็นการขึ้นภาษีธุรกรรมซื้อขายสำหรับหุ่นยนต์ที่เทรดหุ้นความเร็วสูง (High Frequency Trade))

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การควบคุมกลุ่มหุ่นยนต์เหล่านี้ มันเป็นเพียงการชะลอและลดประสิทธิภาพของพวกมันลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และสิ่งนี้พิสูจน์ว่าพวกเราได้รู้อยู่แก่ใจแล้วว่า ตอนนี้หุ่นยนต์ที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ก้าวไปไกลเกินกว่าการควบคุมของมนุษย์ผู้สร้างของพวกมันแล้ว

ทุกวันนี้หุ้นหนึ่งตัวในตลาด Wall Street สามารถรองรับธุรกรรมได้สูงถึง 10,000 bid ต่อวินาที ปริมาณข้อมูลมหาศาลที่ท่วมทับตลาด Wall Street ปัจจุบันนี้ทำให้ความพยายามที่จะตรวจสอบติดตามความผิดปกติของตลาดหุ้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

“ตลาดการเงินในยุคปัจจุบันกลายเป็นระบบพลวัติที่ปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างอัตโนมัติไปแล้ว” Michael Kearns นักวิทยาศาสตร์และศาสตราจารย์จาก University of Pennsylvania ผู้สร้างหุ่นยนต์หลายต่อหลายตัวที่ทำงานอยู่ใน Wall Street ทุกวันนี้กล่าว

(..จบ..)

THE AI REVOLUTION IS ON..!! (ตอนที่ 1) http://blog.marketanyware.com/2014/12/04/theairevolution1

Founder and chief executive officer of Market Anyware

Comments