P/E Divergence การดู Fundamental บนกราฟเทคนิค

หลายคนตัดสินว่าหุ้นถูกหรือแพง โดยเลือกหุ้นตาม P/E ใช่ไหมครับ P/E สูงแปลว่าหุ้นนั้นแพง ส่วน P/E ต่ำแปลว่าหุ้นนั้นถูก

P/E เป็นการประเมินมูลค่าหุ้นแบบง่ายๆ เบื้องต้นที่ใช้งานได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีจุดอ่อนหลายๆ อย่าง เช่น

Repost PE

1. ในแต่ละอุตสาหกรรม ก็มีรูปแบบ P/E ที่แตกต่างกัน P/E บางอุตสาหกรรม P/E 15 จัดว่าเริ่มแพงแล้ว แต่ในขณะที่บางอุตสาหกรรม P/E 15 เท่ากันกลับราคาถูกไปซะงั้น
2. สาเหตุที่แต่ละอุตสาหกรรมมีค่าเฉลี่ย P/E แตกต่างกันมากนั้น อยู่ที่ความคาดหวังในการเติบโตของธุรกิจในอุตสาหกรรมนั้นๆ ธุรกิจที่เติบโตเร็ว นักลงทุนจะคาดหวังรายได้เติบโตก้าวกระโดดทุกๆ ปี ค่า P/E ของกลุ่มนี้จึงมักสูงตามไปด้วย เช่นกลุ่มค้าปลีก (เดี๋ยวโพสหน้าผมจะมาอธิบายเพิ่มเติม)
3. ในขณะที่บางธุรกิจ P/E ต่ำติดดินมาเป็นเวลานาน แต่นักลงทุนส่วนใหญ่กลับไม่สนใจ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะธุรกิจนั้นเป็นธุรกิจที่ไม่เติบโต รายได้นิ่งๆ ซึมๆ คนจึงไม่ค่อยคาดหวัง ไม่ค่อยอยากเข้าไปลงทุนเท่าไหร่

ดังนั้นเราจึงคัดเลือกหุ้นถูก จาก P/E ต่ำ แบบเหมารวมนั้นทำไม่ได้ เพราะคุณอาจจะต้องจมอยู่กับหุ้น P/E ต่ำติดต่อกัน 4-5 ปีได้เลย โดยราคาหุ้นไม่กระเตื้องซักนิด ส่วนหุ้น P/E สูงๆ ที่เราไม่เคยสนใจ กลับวิ่งเอาๆ จนทำให้เราเจ็บใจเล่น

วิธีการหนึ่งที่จะดู P/E ได้แบบค่อนข้างมีประสิทธิภาพ คือการดู P/E โดยเปรียบเทียบกับ P/E ย้อนหลังในหุ้นที่เราสนใจครับ

ผมยกตัวอย่างในภาพนี้ให้ดู เป็นหุ้น AOT (ข้อมูลเก่า สิงหาคม 2014)

AOT ราคาหุ้นวิ่งมาไกลมากครับ นับจากปี 2011 มาจนถึงตอนนี้ AOT วิ่งจากประมาณ 40 บาท มาอยู่ที่ 239 บาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 500% ในระยะเวลาแค่ 3 ปีเท่านั้นเอง

หลายๆ คนดูกราฟ AOT แทบจะฟันธงไปแล้ว ว่าหุ้นตัวนี้แพง..!!!

จริงเหรอครับ..?

เราลองกลับไปดูกราฟในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผมเอา Indicator P/E ใส่เข้ามาในกราฟด้วยเพื่อให้เราเห็นแนวโน้ม P/E ตลอดระยะเวลาที่ราคาหุ้น AOT วิ่งเอาๆ กระโดดไป 5 เด้ง พอเห็นอะไรไหมครับ ว่า P/E ของ AOT กลับขัดแย้งกับราคาหุ้น เกิดการ Divergence ระหว่าง P/E กับราคาหุ้น..!!

Divergence ของ P/E แบบนี้เป็น Bullish Divergence นะครับ มันบ่งบอกว่า ตลอดระยะเวลาที่ราคาหุ้น AOT วิ่ง 5 เด้ง P/E กลับค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จาก 54 เท่าในช่วงปี 2011 ลงมาเหลือ 22 เท่าในปี 2014

สวนทางกัน..!!!

ถ้าจะให้ตีความกัน คือ 3 ปีที่ผ่านมาการเติบโตของกำไรของ AOT วิ่งแซงการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น..!! ทำให้ค่า P/E ลดลงเรื่อยๆ (P/E คือ เอาราคาหุ้น หาร กำไร ถ้ากำไรเพิ่มเร็วกว่าราคา P/E ก็จะตกลงมา)

ดังนั้น ถ้าเราถามคำถามคลาสสิก ว่า AOT ตอนนี้แพงไปหรือยัง..?
ถ้าผมตอบโดยเปรียบเทียบ P/E ในอดีตของ AOT ต้องบอกว่า AOT ตอนนี้ถือว่าไม่แพงเลย เพราะอะไรครับ..?
เพราะ P/E ของ AOT ในช่วงสูงๆ ตอนปี 2008 (วิกฤติ subprime) พุ่งไปถึง 87 เท่า
P/E ของ AOT ตอนปี 2009 พุ่งไปถึง 77 เท่า
P/E ของ AOT ตอนปี 2011 สูง 54 เท่า
P/E ของ AOT ตอนปัจจุบัน สูง 22 เท่า

แพงมั้ยครับ ถ้าเทียบกับอนาคตการเปิด AEC ที่เมืองไทยจะมีโอกาสเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค, การขยายสนามบินเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้น, การต่ออายุสัมปทานของ King Power ฯลฯ

ถ้าเราเชื่อ ความถูกหรือแพงของหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง โดยดูจากประวัติศาสตร์ว่านักลงทุนเคยคาดหวังในการเติบโตของหุ้นนั้นๆ ขนาดไหน P/E นี่แหละครับ เป็นตัวสะท้อนประวัติความคาดหวังของนักลงทุนได้อย่างดี

** ข้อควรระวังของการดู P/E Divergence
P/E นั้นขึ้นกับความคาดหวังของนักลงทุน ดังนั้นหากปัจจัยพื้นฐานมีการเปลี่ยนแปลง ประวัติ P/E ในอดีต อาจจะไม่บ่งบอกแนวโน้ม P/E ของปัจจุบัน เช่น ในอดีต ถ้าหุ้นกำลังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต P/E จะวิ่งไป 50 เท่าก็เป็นไปได้ แต่พอมาปัจจุบัน ธุรกิจถึงช่วงใกล้อิ่มตัว บริษัทไม่โตเร็วเท่าอดีต ความคาดหวังของนักลงทุนก็จะเปลี่ยนแปลงไป P/E 20 ในปัจจุบันก็อาจจะมองว่าแพงแล้วก็เป็นได้
ดังนั้น Fundamental ถือว่าสำคัญนะครับ ถ้าเราไม่เข้าใจ Fundamental ดูแต่กราฟเทคนิคอย่างเดียว จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะตัดสินใจพลาด

Founder and chief executive officer of Market Anyware

Comments