False Break Out

เรื่องที่ผมกำลังสอน robot ในการเรียนรู้ Chart Pattern ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ผมก็ยังคงเจอกับ Fail Pattern อยู่เรื่อยๆ จนทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้นในสมมติฐานของตัวเอง

False Break Out

จากภาพคือหุ้น BIGC ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2014 หุ้นวิ่ง sideway up เป็นทรง channel มาตลอดตั้งแต่ช่วงมกราคมเป็นเวลา 4-5 เดือนก่อนจะมาเกิดสัญญาณ bearish divergence ก่อนที่หุ้นจะทิ้งตัวหลุด channel ถ้าใครดูสัญญาณแบบนี้จะเห็นองค์ประกอบค่อนข้างครบ คือ momentum หมดแรงจาก divergence + เกิดการ break out ตัว Pattern ในขาลง จะมั่นใจว่าจะ short ได้แบบไม่เสี่ยงมากนัก

แต่สุดท้ายความน่าจะเป็นมันก็คือความน่าจะเป็นครับ สัญญาณหลอกกิน stop อย่างรวดเร็วก่อนที่จะพลิกตัวกลับเป็นขาขึ้น จบด้วยการวิ่ง +13%

แต่ถ้าคุณสังเกตเห็น ช่วง break out จะเห็นว่า volume ไม่วิ่งเลย ตามทฤษฏีแล้ว ถ้า volume ไม่คอนเฟิร์ม trend โอกาสที่มันจะเป็นการเบรคหลอกๆ ก็มีครับ

อย่างน้อยๆ momentum + volume + chart pattern น่าจะช่วยให้คุณเอาตัวรอดในการหาสัญญาณซื้อ/ขายได้ ซึ่งแน่นอนว่า การหาหุ้นที่องค์ประกอบครบ มันค่อนข้างยากอยู่ ทำให้หลายๆ คนอดใจไม่ไหว ตัดสินใจซื้อหุ้นบางตัวที่ “ดูเหมือนจะดี”

นี่คือกับดักทางจิตวิทยาของนักลงทุนสายเทคนิค เวลาคุณศึกษากราฟในอดีต มันดูง่ายไปหมดครับ เพราะคุณไม่มีปัจจัยเรื่องเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่พอคุณเจอกราฟในชีวิตจริง ที่ 1 แท่ง คือเวลา 1 วัน การที่คุณจะอดทนรอสัญญาณซื้อสวยๆ บนกราฟ 10 แท่ง นั่นหมายถึงเวลา “ครึ่งเดือน”

พอคุณรอมาได้ถึงครึ่งเดือน กราฟ break out ตามที่คุณต้องการแล้ว พอคุณเห็น volume ไม่มา momentum ไม่ได้ ถึงเวลานั้นคุณจะรู้สึกแล้วว่า “ไม่เป็นไรมั้ง” break out สวยมาก แถมรอมาตั้งครึ่งเดือนกว่าจะมีโอกาสนี้

ความ “อดทน” ไม่ได้ใช้กับ VI อย่างเดียวหรอกครับ นักเทคนิคนี่แหละ ที่ต้อง “อดทน” แบบสุดๆ เพราะคุณเฝ้ากราฟทั้งวัน กิเลสจากกราฟและความยั่วยวนมันมากกว่า VI ที่ถือหุ้นยาวเป็นปีๆ โดยไม่สนใจข่าวหรือราคารายวัน

Founder and chief executive officer of Market Anyware

Comments