CANSLIM กับหุ้นไทย ตอนที่ 1: เริ่มที่ CAN

มีแฟนเพจท่านนึงถามเกี่ยวกับการหาหุ้นตามแนวคิด CANSLIM ของ William O’Neil

ตอนนี้ทางทีมกำลังพัฒนาสูตรสแกนหุ้นตามแนวทางของ CANSLIM อยู่ครับ (ขาดแค่สูตรหา Relative Strength อย่างเดียวก็พร้อมใช้งาน)
แต่ก่อนอื่นผมต้องอธิบายแนวคิดของ O’Neil กับที่มาของ CANSLIM ให้เข้าใจเสียก่อน

CANSLIM

CANSLIM เกิดมาจากตลาดหุ้นของอเมริกา แนวคิดหลักของ CANSLIM คือ O’Neil เก็บข้อมูลสถิติหุ้นที่เป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอเมริกาตลอดระยะเวลา 128 ปี (ตั้งแต่ปี 1880 ถึง 2008) และหาปัจจัยที่หุ้นผู้ชนะเหล่านี้มีอยู่ร่วมกัน ได้มา 7 ปัจจัย ซึ่งเป็นตัวย่อของคำว่า CANSLIM โดยทั้ง 7 ปัจจัยนั้นแบ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยเทคนิค ที่มักจะเกิดขึ้นก่อนหุ้นวิ่งอย่างรุนแรง

และตั้งสมมติฐานว่า ถ้าเราหาหุ้นที่มีปัจจัยที่สอดคล้องกับ 7 ข้อนี้ได้ ก็มีแนวโน้มสูงว่าหุ้นที่เราเลือกจะมีโอกาสเป็นหุ้นผู้ชนะวิ่งได้หลายๆ เด้งเช่นเดียวกับสถิติในอดีต

(ทุกท่านน่าจะพอหาอ่านบทสรุป ปัจจัยทั้ง 7 ได้ไม่ยากจาก Google ครับ)

แต่สิ่งที่ผมจะมาเขียนในโพสนี้คือประเด็นที่ควรเรียนรู้ก่อนจะนำ CANSLIM มาใช้กับหุ้นไทย

1. CANSLIM เหมาะใช้ในช่วงปลายตลาดหมีหรือเริ่มต้นตลาดกระทิง แนวคิดพื้นฐานของ CANSLIM คือหาหุ้น ที่มีโมเมนตัมแข็งแกร่งกว่าตลาด (ดูจาก Relative Strength) แล้วเข้าซื้อในช่วงเริ่มต้นของแนวโน้ม ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลง ผนวกกับภาวะตลาดกระทิง จะช่วยให้หุ้นวิ่งแข็งแกร่งกว่าตลาดรวม และทำให้ราคาหุ้นกระโดดหลายเด้งในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้น การที่เราหาหุ้นตามสูตร CANSLIM ได้จริงนั้น หากอยู่ในช่วงภาวะตลาดหมี ก็มีความเป็นไปได้ที่หุ้นจะไม่วิ่ง และเสียโอกาสในการลงทุน

2. CANSLIM ของ O’Neil ทดสอบทางสถิติกับหุ้นในตลาดอเมริกาเท่านั้น ด้วยสมมติฐานของ O’Neil ที่เค้าค่อนข้างอวยประเทศอเมริกา ในประเด็นของความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ที่จะเปลี่ยนแปลงโลก O’Neil เชื่อว่าบริษัทในอเมริกาจะมีสุดยอดบริษัทเกิดใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ โดยมีพื้นฐานจากความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม “อเมริกาไม่มีวันตาย” “เราจะหาผู้ชนะใหม่ๆ ได้เสมอ” “เรามีอิสรภาพและโอกาสที่ไม่มีประเทศไหนในโลกเสมอเหมือน” (อ่านๆ ไปผมก็ชักหมั่นไส้อีตา O’Neil นี่เหมือนกัน)

การคัดเลือกหุ้นในหลายเงื่อนไขของ CANSLIM มีพื้นฐานจากความเชื่อ เรื่อง “นวัตกรรม” โดยเฉพาะในประเด็นตัว “N” (คือ new products, new company, new high) O’Neil ดูสถิติย้อนหลังร้อยกว่าปีของอเมริกาว่า เมื่อไหร่ที่มีบริษัทมีความโดดเด่นในด้านนวัตกรรมเกิดขึ้น (ไม่ว่าจะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงโลกได้ หรือบริษัทน้องใหม่มาแรง) เมื่อนั้นกำไรต่อหุ้น EPS จะพุ่งกระฉูด และราคาหุ้นมักจะวิ่งหลายเด้งหลังจากนั้น

แต่ แต่ แต่..!!

ตลาดหุ้นไทย มีความแตกต่างในเรื่องนวัตกรรมมาก ผมลองใช้สูตรสแกนหาหุ้นที่มี EPS พุ่งกระฉูดตามเงื่อนไขของ O’Neil เป๊ะๆ ในปัจจุบัน หุ้นกว่า 600 บริษัท ปรากฏว่ามีหุ้นที่ตรงตามเงื่อนไข C (Current EPS Growth) กับ A (Annual EPS Growth) กี่หุ้น ทายสิครับ..?

คำตอบ คือ ศูนย์..!! ไม่มีหุ้นแม้แต่ตัวเดียวในตลาดไทยในช่วงเวลาปัจจุบัน ที่ตรงกับเงื่อนไขสองข้อนี้ของ O’Neil

ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากประเด็นที่ว่า เศรษฐกิจไทยตอนนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจที่มีพื้นฐานจากนวัตกรรม เราหาหุ้นในบริษัทในตลาดที่มีนวัตกรรมเปลี่ยนโลก แบบที่ O’Neil ชอบไม่เจอ เป็นเหตุให้กำไรของบริษัทในไทยไม่กระโดดตามแนวทางของ O’Neil (วิธีแก้ก็คือ เราต้องลดระดับเงื่อนไขลงมาให้เหมากับตลาดไทย แต่คำถามคือ ถ้างั้นราคาหุ้นมันจะวิ่งอย่างที่ O’Neil ตั้งสมมติฐานไว้หรือเปล่าล่ะ ในเมื่อมันคนละตลาด คนละสมมติฐานกันอย่างสิ้นเชิง)

3. CANSLIM เป็นการเลือกหุ้นแบบ Aggressive ตรงข้ามกับแนวคิด VI พันธ์แท้อย่าง Buffett หลายๆ ประเด็น เช่น CANSLIM เลือกหุ้นแพง ส่วน Buffett เลือกหุ้นถูก, CANSLIM เลือกหุ้นจากนวัตกรรม ในขณะที่ Buffett ชอบอะไรที่มีเสถียรภาพไม่หวือหวา ไม่ต้องมี new product ให้วุ่นวาย, CANSLIM ลงทุนในช่วงตลาดขาขึ้น ส่วน Buffett ชอบซื้อหุ้นในช่วงขาลง ดังนั้นถ้าคุณเป็น VI พันธ์แท้ที่มี Buffett เป็นไอดอล ต้องปรับสมองนิดหน่อยในการศึกษาแนวทางลงทุนตาม CANSLIM นะครับ

4. เรายังไม่เคยทดสอบสถิตินี้กับตลาดไทย อันนี้เป็นการบ้านของทีม Market Anyware ที่เรากำลังพยายามทำระบบ Back Test เพื่อทดสอบย้อนหลังว่า แนวคิดของ O’Neil สามารถใช้กับตลาดไทยได้จริงไหม (กรณี C กับ A ในอดีต เราน่าจะพอมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ว่าถ้า C กับ A เติบโตก้าวกระโดดตรงตามเงื่อนไขของ O’Neil หุ้นไทยวิ่งหลายเด้งจริงไหม) แต่อย่างไรก็ตาม ถึงเรา Back Test แล้วผลลัพธ์ออกมาแม่น.. ปัญหาก็คือ จากนี้ในอนาคต เราจะสามารถหาหุ้นตัวใดตัวหนึ่งที่ตรงตามเงื่อนไขที่ว่าได้จริงหรือ

แค่ C, A กับ N ก็รากเลือดแล้วครับ ยังไม่ต้องหวัง S-L-I-M มันยากเสียยิ่งกว่ายาก ที่ 600 บริษัทในตลาดจะเจอบริษัทที่ตรงกับเงื่อนไขทั้ง 7 แบบเป๊ะๆ

ถ้าอยากจะใช้ CANSLIM กับตลาดหุ้นไทย เราจำเป็นต้องยอมปรับเปลี่ยนแนวคิดบางอย่าง เพื่อให้ CANSLIM นั้นตรงกับสภาพความเป็นจริงของตลาดไทย มากกว่าจะยกสูตรฝรั่งมาปรับใช้ตรงๆ เลย นี่เป็นโจทย์ที่ยากมาก และการปรับนี้จะทำให้ทฤษฏี CANSLIM ของไทย แตกต่างไปจาก CANSLIM ของฝรั่งแน่นอน

ตอนนี้แตะๆ ในส่วนของ CAN ไปแล้ว ตอนถัดไปผมจะพูดเกี่ยวกับ SLIM

PS. ภาพประกอบจาก Investor’s Business Daily ของ William J. O’Neil

Founder and chief executive officer of Market Anyware

Comments