ลงคอร์สสัมมนาหุ้นกับ Market Anyware ระบบเศรษฐีร้อยล้านอัตโนมัติ..!! รวยทันทีหลังเรียนจบคอร์ส..!! (ทำได้จริงหรือ?)

เมื่อวานนี้มีคุณผู้หญิงท่านหนึ่งโทรคุยกับผมเพื่อสอบถามเรื่องคอร์สสัมมนา ผมขออนุญาตนำบทสนทนามาเล่าเพื่อเป็นประโยชน์กับท่านอื่นๆ ที่อยากคิดลงทุนในตลาดหุ้น

richpostคุณผู้หญิงท่านี้โทรคุยกับผม ประเด็นหลักคือ ธุรกิจที่ทำอยู่ค่อนข้างฝืดเคือง ขายของไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน ประกอบกับว่าเธอมีเงินเก็บอยู่จำนวนหนึ่ง จึงสนใจอยากหารายได้ด้วยการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

สิ่งแรกที่ผมต้องบอกกับทุกคนที่ตามแฟนเพจ Market Anyware หรือมาเข้าคอร์สสัมมนากับผม ถ้าคุณไม่เคยมีประสบการณ์การลงทุนมาก่อนเลย อย่าคาดหวังว่า คุณเข้าสัมมนา 1-2 ครั้งแล้วจะสามารถทำกำไรได้ทันทีในตลาดหุ้น

ผมไม่เคยโปรโมตหรือโฆษณาคอร์ส เรื่องรวยเร็ว กำไรได้ทันทีหลังเรียนจบ เรื่องพวกนี้มันเป็นการโฆษณาเกินจริงที่ผมรับไม่ได้ และจะไม่มีวันพูดสิ่งนี้ออกมาเด็ดขาด

ผมบอกได้แค่ว่า การที่คุณมาเข้าคอร์สสัมมนาคุณจะได้เรียนรู้แนวคิดการลงทุนที่ถูกต้อง ไม่มีใครในโลกนี้จะสอนคุณให้เก่งหุ้นได้ใน 1-2 วัน

หลังจากเรียนจบคอร์สคุณต้องไปทำความเข้าใจมันเพิ่มเติม ทดลองสนามจริง ลงทุนจริง อาจจะด้วยจำนวนเงินไม่ต้องมากนัก จริงๆ ถ้าแค่หัดเทรด คุณลงเงินแค่ 10,000-20,000 ก็เพียงพอแล้ว

บางคนบอกว่า แหม ลงทุน 10,000 เมื่อไหร่จะรวย..??!

ประเด็นสำคัญในก้าวแรกของคุณในตลาดหุ้น เป้าหมายไม่ใช่ “รวย” ครับ
เป้าหมายแรกของคุณคือ “อยู่ให้รอด” เสียก่อน
ถ้าคุณอยู่รอดได้ หลังจากนั้นเป้าหมายค่อยเปลี่ยนเป็น “ทำกำไร”

เชื่อผมสิว่า การที่คุณขาดทุนจนหมดเงิน 10,000 มันก็ทำให้คุณเจ็บและเรียนรู้ได้มากไม่ต่างกัน
และคุณวัดความสำเร็จ จาก % ของกำไร แทนที่จะวัดจากตัวเงินเป็นบาท

เช่น ถ้าต้นปีคุณลงทุน 10,000 สิ้นปีทุนคุณกลายเป็น 13,000 คุณอาจจะบอกว่ากำไรแค่ 3,000 บาท ไม่ได้ค่าข้าวมื้อนึงเลย (กินหรูนะ) ผมอยากจะบอกว่า 3,000 ที่ว่านี่คิดเป็น 30% ของกำไรเลยนะครับ

แต่การฝึกเทรดด้วยการลงเงินน้อยๆ มีข้อเสียอยู่พอสมควร คือคุณจะไม่ได้ฝึกเรื่องสภาพจิตใจ เช่น
คุณมีเงิน 10,000 ซื้อหุ้น การตัดสินใจตัดขาดทุนที่ 1,000 บาทเป็นเรื่องง่ายมาก (โอ้ย แค่พันเดียว)
ถ้าเทียบกับการที่คุณมีเงิน 1,000,000 การตัดสินใจตัดขาดทุนที่ 100,000 บาทเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสเลยทีเดียว

สิ่งที่คุณจะได้รับคือ การเข้าใจกลไกตลาดและแนวคิดการซื้อขายตามทฤษฏีที่เรียนมา แต่เรื่องของจิตใจคุณจะไม่มีวันได้ฝึกตราบเท่าที่คุณไม่ลงเงินมากพอที่คุณจะรู้สึกเครียดเมื่อสูญเสียมันไปได้

ใจคุณจะได้ฝึกก็ต่อเมื่อคุณเผชิญสภาวะความเครียดที่ว่านี้เท่านั้น

นี่เป็นเหตุผลที่เค้าว่ากันว่า จะประสบความสำเร็จในการเล่นหุ้น ยังไงคุณก็ต้องจ่าย “ค่าเทอม” แพงๆ ถ้าคุณไม่เคยผ่านจุดนั้น ใจคุณจะไม่แข็งแรงพอที่จะประสบความสำเร็จ

คุณจะไม่สามารถอดทนถือหุ้นเมื่อกำไรมากๆ ได้
คุณจะไม่สามารถตัดใจขายหุ้นเมื่อเริ่มขาดทุนได้ (Technical)
หรือคุณจะไม่สามารถทนถือหุ้นพื้นฐานดีเมื่อขาดทุนหนักๆ ได้ (สำหรับ VI)

ผมสอนได้แค่ทฤษฏี กับหลักจิตวิทยาพื้นฐานครับ
แต่ชีวิตจริง สภาวะจิตใจที่คุณต้องเจอเอง ชนะใจตัวเอง ไม่มีใครสอนได้ดีเท่ากับเงินที่ขาดทุนไป

สรุปเมื่อวานนี้ผมคุยกับคุณผู้หญิงท่านนี้ว่า..
1. เงินที่มีเป็นเงินเย็นที่พร้อมเสียมันไปหรือไม่..? แบ่งเงินที่คุณคิดว่าคุณสามารถเสียมันไปแล้วไม่ทำให้ชีวิตมีปัญหา เอาเงินตรงนั้นแหละมาเริ่มลองลงทุน
2. ตัดสินใจให้ดีว่าจะเป็นนักลงทุนระยะสั้น หรือระยะยาว เพราะแนวทางการลงทุนและระบบความคิดมันแตกต่างกันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
3. เรียนคอร์สจนจบวัน คุณจะไม่เข้าใจทะลุปรุโปร่ง บางทีอาจจะมึนๆ ปวดหัวไม่เข้าใจหลายๆ ส่วนของเนื้อหาก็เป็นได้ ไม่แปลกครับ สาเหตุเพราะคุณยังไม่มีความรู้พื้นฐานแน่นพอที่จะไปกับเนื้อหาได้ คุณจับไอเดียหลักๆ ให้ได้ ก็เพียงพอที่จะเริ่มแล้ว
4. หลังเรียนจบลองเริ่มเทรดหุ้นดู หลังเทรดไปซัก 1-2 เดือน ให้ลองกลับมาดูวิดีโอคอร์สย้อนหลังอีกซักรอบ ครั้งนี้คุณจะมีมุมมองหลายๆ อย่างที่แตกต่างจากที่เคยได้เรียนในครั้งแรก
5. เอาตัวรอดให้ได้ใน 1 ปีแรก แล้วค่อยพยายามทำกำไรให้ได้ในปีที่ 2 ระหว่างนี้ทำงานเก็บเงินไปเรื่อยๆ อย่าทิ้งงานประจำ
6. ถ้าผ่าน 2 ปีไปได้ตามแผน คุณค่อยเอาเงินเก็บที่ได้ระหว่าง 2 ปีมานี้ แบ่งมาลงทุนขยายพอร์ตของตัวเอง ในขณะที่คุณยังเป็นมือใหม่ อย่ามั่นใจในตัวเองมากจนเกินไป กระจายการลงทุนไปในหลายๆ สินทรัพย์
7. เมื่อคุณเก่งขึ้นเมื่อไหร่ คุณจะเริ่มรู้ว่าคุณถนัดอะไร ชอบอะไร เข้าใจอะไรได้ดีที่สุด ลองไปโฟกัสการลงทุนสิ่งนั้นดู
8. แต่ถ้า 2 ปีที่ผ่านมาล้มเหลวขาดทุน คุณมีทางเลือกว่า จะเอาเงินให้คนอื่นดูแล (กองทุนรวม) หรือจะลองลุกขึ้นมาสู้ใหม่อีกซักตั้ง

การลงทุนหุ้น ไม่ใช่วิธีรวยทางลัด เลิกเข้าใจกันผิดๆ และกลับมาอยู่ในโลกความเป็นจริงกันเถอะครับ

** อาจจะมีคนจำนวนหนึ่งที่สามารถประสบความสำเร็จได้ในเวลาที่น้อยกว่า 2 ปี แต่คุณจะต้องทุ่มเทแรงกายและแรงใจเป็นอย่างมาก ให้กับโลกการลงทุน รวมถึงอาจจะต้องมีพรสวรรค์ในด้านนี้แฝงตัวอยู่ในตัวคุณซักนิดหน่อยด้วย

20150221_094628

Founder and chief executive officer of Market Anyware

Comments