คู่มือสแกนหุ้นสำหรับผู้เริ่มต้น ตอนที่ 3 กรองหุ้นง่ายที่สุดด้วย P/E และ P/BV (PART 2)

ใน PART 1 ผมพูดเรื่อง P/E ไปแล้ว มา PART 2 นี้ผมจะมาพูดถึง P/BV บ้าง

ทวนกันซักนิดนะครับ P/BV คล้ายๆ P/E แต่เปลี่ยนคำถามคือ ถ้าคุณอยากจะซื้อหุ้นบริษัทซักบริษัทนึง คุณยินดีจะจ่ายเงินกี่บาท..? ถ้าเทียบกับมูลค่าทางบัญชี (Book Value) ของบริษัท ณ ปัจจุบัน..? เช่นถ้าบริษัท A มูลค่าทางบัญชี 10 ล้านบาท คุณอยากจะเป็นเจ้าของบริษัทนี้คุณจะยอมจ่ายเงินกี่บาท..? ถ้าคุณยอมจ่ายเงิน 20 ล้านบาท นั่นหมายถึงบริษัทนี้มี P/BV = 2 เท่า

หรือพูดอีกแง่ คือคุณยอมจ่ายเงินซื้อบริษัทในราคาที่แพงกว่ามูลค่าของมัน 2 เท่านั่นเอง

ดังนั้น P/BV ยิ่งสูง คนมักจะตีความว่าหุ้นนั้นแพง (เมื่อเทียบกับมูลค่าของบริษัท)

คำถามคือ ใช้ P/E หรือ P/BV ดีล่ะ..?

ผมมีคำตอบแบบง่ายๆ ครับ สมมติคุณเป็นหญิงสาว จะเลือกแฟนสองคน ผู้ชายคนแรกรายได้ดีเงินเดือน 200,000 รายจ่ายไม่เยอะ ขยันทำมาหากินเงินเดือนเพิ่มทุกปี แต่ทรัพย์สินไม่มาก หนี้ค่อนข้างเยอะ ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ

ส่วนผู้ชายอีกคน ไม่มีรายได้เลย มีแต่รายจ่ายทุกเดือนๆ แต่เป็นลูกเศรษฐี มีทรัพย์สิน 100 ล้าน ไม่มีหนี้

คุณจะเลือกคนไหนครับ..? ถ้าคุณเลือกคนแรก คุณประเมินมูลค่าด้วย P/E คือดูเงินที่เค้าทำได้เทียบกับราคาค่าตัวเค้า ส่วนถ้าคุณเลือกคนที่สอง คุณประเมินมูลค่าเค้าด้วย P/BV คือดูมูลค่า Book Value เป็นหลัก

(ถ้าเจอชายหนุ่มอีกคนที่รายได้ดี แถมมีทรัพย์สินเยอะอีก นั่นก็เป็นแจ็กพอตนะครับ)

สำหรับผม P/E สำคัญกว่า เพราะบริษัทจะโตได้ต้องมีกำไรสม่ำเสมอ ถ้า Book Value มาก แต่ขาดทุนทุกปี ระยะยาวก็คงไม่ไหว

ดังนั้นส่วนตัวผมจึงใช้ P/E เป็นหลัก ยกเว้นบริษัทไหนที่ยังไม่มีกำไร ผมถึงจะเอา P/BV มาใช้ (ถ้าศึกษาลึกๆ อีกขั้น ถึงบริษัทยังไม่มีกำไร ก็มี Valuation อีกตัวที่เอามาใช้ได้ดีมากๆ ครับ คือ EV/EBITDA เดี๋ยวไว้ผมจะสอนในบทหลังๆ)

ในบทนี้ผมจะสอนใช้สูตรสแกนสำเร็จรูปในหมวด Valuation โดยเน้นที่ P/BV บ้างล่ะ

pbv2_001

ไปที่หน้า navi icon Scanner navi icon Valuation* navi icon 3-yr P/BV Less Than 1  สูตรนี้เป็นสูตรการหาหุ้นที่มี P/BV ต่ำกว่า 1 ติดต่อกัน 3 ปีที่ผ่านมา
จะเห็นรายละเอียดของสูตรแสดงที่หน้าจอตามภาพครับ

หมายเหตุ* หมวด Valuation ในเมนู Scanner สำหรับผู้ซื้อแพคเกจ Scan Gold เท่านั้น

– ความหมายของสูตร –
pbv

P/BV Hist. เงื่อนไขนี้คือการกรองหุ้นตาม P/BV ย้อนหลัง การกรอก Max 1 และเลือกระยะเวลา 3 ปีย้อนหลัง หมายถึงเราจะคัดเฉพาะหุ้นที่มี P/BV ไม่เกิน 1 ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาเท่านั้น

ปัจจุบันคือปี 2015 ถ้าคุณไม่เลือก “รวมปีปัจจุบัน” นั่นหมายถึงคุณจะเลือก P/BV ของปี 2010–2012 แต่ถ้าคุณเลือก “รวมปีปัจจุบัน” นั่นหมายถึงคุณจะเลือก P/BV ของปี 2011–2013 ครับ

หมายเหตุ ถ้าปีปัจจุบันนั้นยังไม่ครบ 4 ไตรมาส P/BV ของปีปัจจุบันจะคำนวนด้วยการนำ P/BV 4 ไตรมาสย้อนหลังล่าสุดมาคำนวนครับ

ทำไมต้อง 3 ปี..?

ตอนเราดู P/E ย้อนหลังเราดูถึง 5 ปี แต่ P/BV ผมตั้งสูตรไว้แค่ 3 ปีครับ บริษัทที่ราคาตลาดถูกกว่า Book Value เป็นระยะเวลานานๆ โดยไม่มีคนสนใจซื้อเลย นั่นแปลว่ามันอาจจะมีอะไรไม่ดีแอบแฝงอยู่หรือเปล่า แค่ 3 ปีก็พอครับสำหรับผม

avgAvg Operating Cash Flow Growth เงื่อนไขนี้คือการกรองหุ้นตามค่าเฉลี่ยการเติบโตของกระแสเงินสดจากการดำเนินการ (Operating Cash Flow)


ทำไมต้องมีเงื่อนไขนี้ด้วย ไหนบอกว่าเราจะกรองหุ้นจาก P/BV ไง..?

บริษัทที่ผมจะหา Valuation จาก Book Value โดยมากมักจะเป็นบริษัทที่ยังไม่มีกำไร (เพราะถ้ามีกำไรผมจะไปใช้พวก P/E แทน)

ดังนั้นบริษัทที่ยังไม่กำไร อาจจะเพราะมีการลงทุนหนัก เราพอจะดูแนวโน้มอนาคตบริษัทได้จากกระแสเงินสดจากการดำเนินการครับ

ผมจะยังไม่อธิบายมากกว่านี้ เอาคร่าวๆ แค่นี้ก่อน เดี๋ยวเรื่องกระแสเงินสดเราจะต้องคุยกันอีกยาว

สรุปง่ายๆ ว่าเงื่อนไข Avg Operating Cash Flow Growth นี้เอาไว้หาบริษัทที่ธุรกิจหลักสร้างเงินสดได้ดี แม้จะยังไม่กำไรก็ตาม

เราเพิ่มเงื่อนไขว่า กระแสเงินสดจากการดำเนินการจะต้องเติบโตเฉลี่ย 15% ในรอบ 3 ปีล่าสุด โดยไม่เลือก “รวมปีปัจจุบัน” (สาเหตุที่เราไม่นับปีปัจจุบัน เพราะในปีปัจจุบันนั้นงบการเงินอาจจะยังออกมาไม่ครบ 4 ไตรมาส ทำให้การคำนวนกระแสเงินสดต่ำกว่าปีก่อนๆ ซึ่งมีผลลัพธ์ที่ผิดเพี้ยนไปได้)

pbv2_002

ลองกด navi icon Show Result  แล้วไปดูผลลัพธ์ของหุ้นซักตัวครับ เลือกหุ้นซักตัวนึง (ในตัวอย่างผมเลือก CCET)

pbv2_003

กด navi icon Fund..  เพื่อดูข้อมูลปัจจัยพื้นฐาน และ กดไปที่ navi icon Financial Ratio   เพื่อดู P/BV

pbv_graph

แท่งสีเขียว คือประวัติ P/BV ย้อนหลังของ CCET สังเกตมั้ยครับว่าใน 3 ปีล่าสุด (คือปี 2011–2013) ไม่มีปีไหนเลยที่ P/BV เกิน 1

pbv2_004ย้อนกลับไปครับ ลองไปดูที่ Financial Chart เราจะเห็นว่ากราฟเส้นเขียว (Operating CF) ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมามีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 15% OperatingCF

นี่คือการคัดหุ้นตาม Valuation แบบง่ายๆ ด้วย P/BV เหมาะกับมือใหม่ที่กำลังเริ่มอยากจะลงทุนหุ้นแบบเน้นปัจจัยพื้นฐาน แต่สูตรนี้ยังมีจุดอ่อนอยู่เยอะครับ คือคุณอาจจะคิดว่าหุ้นที่ P/BV ต่ำกว่า 1 คือหุ้นที่ราคาตลาดถูกกว่าราคา Book Value แต่สาเหตุที่ราคาตลาดมันถูกกว่า Book Value มันอาจจะมีเหตุผลครับ เช่นธุรกิจกำลังแย่ ไม่มีอนาคต หรือธุรกิจเคยเพิ่มทุนอย่างหนักแต่กลับไม่สร้างการเติบโตได้ ราคาหุ้นก็มีแต่จะทรุดลงๆ

ตอนหน้าผมจะลองเอาสองสูตรมาผสมกันครับ เราจะหา Valuation ด้วย P/E และ P/BV รวมกันดู


คู่มือสแกนหุ้นสำหรับผู้เริ่มต้น ตอนที่ 2 กรองหุ้นง่ายที่สุดด้วย P/E และ P/BV (PART 1) 
http://blog.marketanyware.com/2015/10/20/scanner-101-คู่มือสแกนหุ้นสำหรับ/

Founder and chief executive officer of Market Anyware
Series Navigation<< คู่มือสแกนหุ้นสำหรับผู้เริ่มต้น ตอนที่ 2 กรองหุ้นง่ายที่สุดด้วย P/E และ P/BV (PART 1)

Comments