เข้าใจ Cash Flow แบบง่ายๆ ตอนที่ 1

ถ้าถามผมว่า หลายๆ คนที่เพิ่งเริ่มศึกษางบการเงิน กลัวอะไรมากที่สุด? ผมมั่นใจว่าเรื่องของ “กระแสเงินสด (Cash Flow)” เป็นหนึ่งในนั้น โดยเฉพาะคนส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนบัญชีมา ไม่ได้ทำธุรกิจมา การที่จะเข้าใจกระแสเงินสดเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลย เพราะนึกภาพไม่ออก จินตนาการไม่ได้

กระแสเงินสดคือ การนับเงินไหลเข้าออกในกิจการ ถ้าเดือนนี้เงินไหลเข้ามากกว่าไหลออก กระแสเงินสดก็จะเป็นบวก แต่ถ้าเดือนนี้เงินไหลออกมากกว่าไหลเข้า กระแสเงินสดก็จะเป็นลบ

cashflow-1

ถ้ากระแสเงินสดเป็นบวกมากๆ เงินสดในบริษัทก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ถ้ากระแสเงินสดเป็นลบบ่อยๆ สุดท้ายเงินสดก็จะขาดมือ และธุรกิจก็จะเดินต่อไปไม่ได้ในที่สุด

ฟังแล้วงงๆ มั้ยครับ บางคนยังคิดภาพไม่ออก วิธีการที่จะเข้าใจกระแสเงินสดให้ได้ เราต้องใช้ analogy ครับ คือการยกตัวอย่างกับสิ่งที่ใกล้ตัว เราจะได้คิดภาพตามได้ เมื่อเข้าใจในภาพใกล้ตัว ก็ adapt นิดหน่อย ก็จะเข้าใจในภาพใหญ่ของธุรกิจขนาดใหญ่ๆ ได้ตามไปด้วย

ทำไมต้องกระแสเงินสด..? แค่ทำธุรกิจกำไรไม่พอเหรอ..?

ผมยกตัวอย่างแบบนี้ครับ สมมติว่าคุณเพิ่งเรียนจบ กำลังสมัครหางานทำ รายจ่ายประจำเดือนของคุณค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ตกเดือนละ 10,000 บาท ค่าใช้จ่ายพวกนี้คุณต้องควักจ่ายตลอดตั้งแต่ต้นเดือนยันปลายเดือน กินข้าวก็ต้องกินทุกวันใช่มั้ยครับ เดินทางก็ต้องเดินทางทุกวัน

คุณมีเงินเก็บเหลืออยู่ 10,000 บาท แปลว่าคุณจะมีชีวิตอยู่ได้แค่เดือนเดียวโดยไม่มีรายได้

สมมติว่ามีสองงานที่คุณเลือกได้

งานแรก เงินเดือน 15,000 จ่ายทุกสิ้นเดือน

งานที่สอง เงินเดือน 20,000 แต่จ่ายทุกไตรมาส (จ่ายครั้งละ 60,000)

แน่นอนว่าทางเลือกที่สองคุณจะได้รายได้มากกว่า (หักรายจ่ายแล้วก็เลยกำไรเยอะกว่า) แต่คุณจะอยู่ไม่รอดครับ เพราะเหลือเงินเก็บแค่ 10,000 ทนรอถึง 3 เดือนไม่ได้แน่ๆ

นี่คือความหมายของ “กำไรเยอะ ก็เจ๊งได้” ครับ

คือถ้าเทียบเป็นธุรกิจ ถึงคุณทำกำไรได้มากจริง แต่เงินที่ได้มันช้า กว่าจะได้เงินต้องรอถึง 90 วัน แต่รายจ่ายที่คุณต้องควักกระเป๋าจ่ายทุกวันๆ มันจ่ายสดๆ รอไม่ได้ บางทียังเก็บเงินลูกค้าไม่ได้ คุณก็เจ๊งก่อนแล้ว

ดังนั้นกระแสเงินสดจึงเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ นั่นคือ ถ้าคุณกำไรไม่มากนัก แต่มีเงินสดไหลเข้ากิจการสม่ำเสมอ ย่อมดีกว่ากำไรมากๆ แต่เงินขาดมือ กว่าจะเก็บเงินลูกค้าได้ 3 เดือน 6 เดือน แบบนี้ธุรกิจก็อยู่ลำบาก

และเมื่อกระแสเงินสดในบริษัทมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทก็จะมีเงินสดสะสมเพิ่มขึ้น เหมือนน้ำในแทงค์น้ำ (ตามรูปบนซ้าย) น่ะครับ น้ำไหลเข้า มากกว่าน้ำไหลออก เราก็จะมีน้ำสำรองเหลือไว้ในยามแล้ง ถ้าในบางเดือนที่ท่อข้างบนมันตัน น้ำไหลมาไม่ได้มาก คุณก็ยังเอาตัวรอดได้ เพราะมีน้ำในแทงค์เหลืออยู่พอกินพอใช้

ถ้าท่อตันหลายเดือนติดๆ กันเข้า น้ำในแทงค์ไม่พอ คุณก็ต้องหาซื้อน้ำมาเติมเอาเอง (กู้หนี้ หรือไม่ก็เพิ่มทุน)

how_to_cashflowลองมาดู Cash Flow ให้เข้าใจเพิ่มขึ้นนะครับ เข้าแอพ Market Anyware
navi icon Search  navi icon ลองพิมพ์หุ้นซักตัว เช่น BWG  navi icon Fund  navi icon Financial Chart

แล้วจะเห็นภาพด้านล่างครับ กราฟแรกเป็นกราฟแสดงกระแสเงินสดหรือ Cash Flow นั่นเอง

cashflow01

Cash Flow มีสามประเภทครับ

• Operating Cash Flow หรือ กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (เส้นเขียว)

• Investing Cash Flow หรือ กระแสเงินสดจากการลงทุน (เส้นแดง)

• Financing Cash Flow หรือ กระแสเงินสดจากกิจกรรมทางการเงิน (เส้นเหลือง)

เดี๋ยวตอนที่ 2 ผมจะมาอธิบายกระแสเงินสดแต่ละประเภท หลังจากนั้นตอนที่ 3 จะสอนการหาหุ้นที่กระแสเงินสดงามๆ ให้ครับ

Founder and chief executive officer of Market Anyware
Series Navigationเข้าใจ Cash Flow แบบง่ายๆ ตอนที่ 2 >>

Comments