Elliott Wave ตอนที่ 2: Wave ไม่จำเป็นต้องขึ้น 5 และลง 3 เสมอไป

ในโพสแรกผมเล่าเรื่องจิตวิทยามวลชน กับ Elliott Wave โดยความเชื่อส่วนตัวของผม การมอง Wave ให้ออกนั้นผมสนใจที่ปัจจัยพื้นฐานและอารมณ์ตลาด มากกว่าการดูกราฟหรือ Fibonacci ดังนั้นคำอธิบายเรื่อง Wave ของผมอาจจะแตกต่างไปจากผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆ นะครับ

ความยากลำบากของนักลงทุนสายเทคนิค

ความยากลำบากของนักลงทุนสายเทคนิค คือการหาหุ้น คุณใช้เวลาเท่าไหร่ในการหาหุ้นที่มีสัญญาณซื้อซักตัว..? และคุณมั่นใจแค่ไหนว่าไม่มีตัวเลือกไหนดีกว่าตัวที่คุณเล็งไว้แล้ว..?

Elliott Wave Made Easy

เรื่องของ Elliott Wave และ Fibonacci ในมุมมองของผมนั้น มันไม่ใช่เรื่องตัวเลขมหัศจรรย์อะไร จริงๆ แล้วเป็นเพียงแค่จิตวิทยาการลงทุนของมหาชนเท่านั้น ซึ่งถ้าเราเข้าใจ Elliott Wave ในภาพใหญ่ได้แล้วก็จะทำให้เราเข้าใจแนวทางการลงทุนได้มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนประเภทใดก็ตาม

ผมเลยขออนุญาตเอาบทความ Elliott Wave ที่เคยเขียนมาลงให้อ่านกันครับ

ต้นทุนผลิตทองคำ

ต้นทุนผลิตทองคำ เทียบกับราคาทองคำในช่วงหลายปีที่ผ่านมาครับ เส้นสีฟ้าคือ Marginal Cash Cost (ต้นทุนหน้าเหมือง) เป็นต้นทุนเพิ่มเมื่อต้องการเพิ่มผลผลิตหน่วยใหม่

กรองหุ้นขั้นเทพสไตล์ Buffett Decode ตอนที่ 1: Cash Flow

มีคนถามทีมงานมาว่าชุดตะแกรงกรองหุ้นสุดพิเศษของ Buffett Decode ที่มีมากกว่า 60 สูตรมีอะไรบ้าง..? และจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไร..?

ใครถือหุ้นสายการบินอยู่บ้างครับ..?

วอเรน บัฟเฟต พูดถึงการลงทุนในธุรกิจสายการบินเอาไว้น่าสนใจครับ

“นักลงทุนเทเงินของพวกเขาลงไปกับธุรกิจการบินร่วม 100 ปีมาแล้ว และได้กลับมาเพียงผลลัพธ์ที่ยอดแย่”
“ธุรกิจการบินคือกับดักแห่งความตายของนักลงทุน”

กระอัก!! มหาเศรษฐี “วอร์เร็น บัฟเฟตต์” สูญเงินเกือบ 6.5 หมื่นล้าน ภายใน 2 วัน หลังเก็งกำไรพลาด

จริงๆ แล้วผมจัดคอร์สสัมมนา Buffett Decode อยู่ ไม่น่าเอาข่าวนี้มาลง เพราะจะทำให้คนกลัวเจ๊งแบบบัฟเฟต แล้วไม่ยอมมาสัมมนาหรือเปล่า 😂 (จริงๆ ไม่เกี่ยวหรอกนะครับ คอร์สเราสอนแนวคิด ทั้งจุดแข็ง และจุดอ่อนของแนวคิดบัฟเฟต ให้ผู้เรียนนำไปปรับใช้กับแนวทางการลงทุนของตัวเอง เพราะผมเองจริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีแนวทางการลงทุนแบบบัฟเฟตเหมือนกัน และถึงบัฟเฟตจะเจ๊งหนักยังไง เค้าก็ยังเป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งของโลก ไม่มีเปลี่ยนแปลงครับ)

สรุปเรื่องยุโรป กับ QE

== เวอร์ชั่นภาษาเศรษฐศาสตร์ ==

มาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน เมื่อเค้าปฏิเสธที่จะบอกถึงขนาดของ QE แต่ได้บอกรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผน QE ว่าจะเริ่มต้นพิมพ์เงินมาซื้อพันธบัตรช่วงกลางเดือนตุลาคม 2014 (เดือนนี้) หลังจากนั้นจะพิมพ์เงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ ABS (หลักทรัพย์ที่เอาสินทรัพย์ต่างๆ เช่น หนี้บัตรเครดิต มาปั้นรวมเป็นก้อน จัดเครดิตให้ว่าน่าเชื่อถือ แล้วปล่อยออกขาย) ช่วงปลาย Q4 และจะทำต่อเนื่องไป 2 ปี

ความเสี่ยงของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ตอนที่ 1

(นี่เป็นบทความยาว ใครไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ ต้องขอโทษด้วยนะครับ)

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมเคยเกริ่นๆ ให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา Buffett Decode ฟังในวันสัมมนาไปครั้งหนึ่ง เป็นประเด็นสำคัญที่อยากให้คนที่อยากจะเป็นนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าเห็นภาพที่ชัดของ “การถือหุ้นแบบไม่ขาย” ตามสไตล์ของไอดอลอย่างวอเรน บัฟเฟต